ฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรกควรรู้อะไรบ้าง? สรุป 7 ข้อสำคัญเพื่อความปลอดภัย
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์เป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับและปรับรูปหน้า และเพิ่มวอลลุ่มให้กับใบหน้าเพื่อให้ใบหน้าดูสดใส อ่อนเยาว์ขึ้น บทความนี้จึงจะพาคุณไปรู้จักกับ 7 ข้อที่ควรรู้เกี่ยวกับโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ โดยเฉพาะผู้ที่สนใจจะฉีดครั้งแรก ว่ามีอะไรบ้าง
1. สารเติมเต็ม (Filler) คืออะไร?
ฟิลเลอร์ (Filler) คือ สารเติมเต็ม ที่ออกแบบมาเพื่อทดแทนโครงสร้างใบหน้าที่เกิดการทรุดจากอายุเพิ่มขึ้น สามารถใช้เพื่อฟื้นฟูวอลลุ่มบริเวณใบหน้าส่วนกลาง โหนกแก้ม และกราม รวมถึงช่วยลดเลือนริ้วรอยและร่องลึก บริเวณใบหน้าที่อาจดูยุบตัวลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น
2. สารเติมเต็ม (Filler) ทำมาจากอะไร?
สารเติมเต็ม (Filler) ทำมาจากกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่พบได้ในร่างกาย และมีคุณสมบัติในการกักเก็บความชุ่มชื้น ช่วยให้ผิวดูอิ่มน้ำและเต่งตึง ซึ่งสารนี้สามารถสลายได้ตามธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไป และสามารถปรับแก้ไขได้หากจำเป็น
3. สารเติมเต็ม (Filler) ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?
- ปัญหาริ้วรอยร่องลึก: เช่น ร่องแก้ม และร่องน้ำหมาก ที่ทำให้ใบหน้าดูมีอายุ
- ปัญหาใบหน้าตอบ: เช่น ขมับตอบ หรือแก้มตอบ ซึ่งทำให้ใบหน้าดูอ่อนล้า
- ปัญหาใต้ตาลึก: ร่องลึกใต้ตาที่ทำให้ดูอ่อนเพลียอยู่เสมอ
- ปัญหากรอบหน้าไม่คมชัด: ขาดความกระชับบริเวณแนวกราม และคาง
- ปัญหาริมฝีปากบาง: ขาดความอวบอิ่มและรูปทรงที่ชัดเจน
4. สารเติมเต็ม (Filler) สามารถฉีดบริเวณใดได้บ้าง?
- ปาก: ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและความอิ่มเต็มของริมฝีปาก รวมถึงช่วยปรับแต่งรูปทรงริมฝีปากให้สมดุลกับใบหน้า
- ใต้ตา: เป็นทางเลือกยอดนิยมในการลดเลือนร่องลึกใต้ตา ช่วยให้ใบหน้าดูสดชื่น และอ่อนเยาว์ขึ้น
- แก้ม: เพื่อยกกรอบหน้าและช่วยเพิ่มความเติมเต็มให้ใบหน้าที่ดูซูบหรืออ่อนล้า เพื่อให้ใบหน้าให้ดูสดใส
- กรอบหน้า: เติมเต็มโครงสร้างใบหน้าที่ยุบตัวลง เพื่อใบหน้าที่ดูยกกระชับ ความสดใสอ่อนเยาว์มากขึ้น
5. ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ มีอะไรบ้าง?
- รอยช้ำ: เป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุดหลังฉีด โดยทั่วไปจะหายได้เองภายใน 3-4 วัน
- ก้อนนูน ไม่เรียบเนียน: สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ดังนี้
- เลือกใช้ฟิลเลอร์ไม่เหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้า โดยสารเติมเต็มแต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อ จะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน หากขนาดของโมเลกุลมีความหนาแน่นสูงหรือมีการดูดน้ำมาก ควรฉีดในโครงสร้างใบหน้าชั้นลึก ถ้านำมาฉีดในชั้นตื้น ก็จะทำให้ฟิลเลอร์เป็นก้อนบวมได้
- ปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ การใช้ฟิลเลอร์ในปริมาณที่มากเกินไปในครั้งเดียว อาจทำให้เกิดการจับตัวเป็นก้อนและบวมในบริเวณที่ฉีด ดังนั้น การใช้ปริมาณฟิลเลอร์ที่เหมาะสม และการค่อย ๆ เพิ่มตามความจำเป็น
- เทคนิคการฉีด เทคนิคการฉีดที่ไม่ถูกต้องหรือขาดความชำนาญ อาจทำให้ฟิลเลอร์กระจายตัวไม่สม่ำเสมอ หรือฉีดในชั้นผิวที่ไม่เหมาะสม ส่งผลให้เกิดการเป็นก้อนและบวมได้
- ลักษณะโครงสร้างทางกายวิภาคบางตำแหน่งไม่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ เช่น กล้ามเนื้อรอบดวงตาบริเวณหัวตา อาจทำให้เกิดการดันฟิลเลอร์ขึ้นมาจนเป็นก้อนได้
- ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงที่สุด คือ การฉีดฟิลเลอร์เข้าไปในเส้นเลือดโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งแม้จะเกิดขึ้นได้ยากมาก แต่หากเกิดขึ้นจริงจะเป็นภาวะฉุกเฉิน เพราะเส้นเลือดอุดตัน ทำให้เลือดและออกซิเจนไม่สามารถไปเลี้ยงเนื้อเยื่อในบริเวณนั้นได้ ส่งผลให้เนื้อตาย หรือร้ายแรงสุดคือตาบอด
ดังนั้น การเลือกฉีดกับแพทย์ที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกายวิภาคใบหน้า และมีประสบการณ์ด้านการฉีดสารเติมเต็ม จะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และหากเกิดปัญหาใด ๆ ขึ้น ก็สามารถรับการแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว และเพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัย
6. ฟิลเลอร์อยู่ได้นานแค่ไหน?
ระยะเวลาที่ฟิลเลอร์จะคงอยู่ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น บริเวณที่ทำการฉีด ประเภทของสารเติมเต็มที่ใช้ ลักษณะเฉพาะของผิวของแต่ละบุคคล
7. วิธีเลือกแพทย์
การเลือกแพทย์ ถือปัจจัยสำคัญที่สุดในการรับบริการอย่างปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม แนะนำให้เลือกฉีดกับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในการทำหัตถการงานฉีดเท่านั้น เพราะแพทย์เจะเข้าใจโครงสร้างของใบหน้าเป็นอย่างดี และสามารถจัดการกับภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ทันที
โดยขั้นตอนการปรึกษา แพทย์จะสอบถามประวัติ พูดคุยถึงปัญหาหรือจุดที่กังวล ตรวจประเมินสภาพใบหน้า และอธิบายถึงสาเหตุของปัญหานั้น ๆ จากนั้นจึงจะออกแบบแผนการรักษาเฉพาะบุคคลให้เหมาะกับคนไข้ที่สุด ซึ่งแผนการรักษาจะรวมถึงการกำหนดว่าควรฉีดปริมาณเท่าใด บริเวณใด และใช้สารเติมเต็มชนิดไหน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แลดูเป็นธรรมชาติ และเพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัยด้วย
ข้อควรรู้เพิ่มเติมอื่นๆ เกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์
ทำโปรแกรมฟิลเลอร์เจ็บไหม?
ระหว่างฉีดอาจรู้สึกตึงบริเวณที่ฉีดได้ โดยความรู้สึกอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคลและขึ้นอยู่กับบริเวณที่ฉีด รวมถึงเทคนิคที่ใช้ในการรักษา ทั้งนี้ แพทย์สามารถประเมินและเลือกวิธีช่วยลดความไม่สบายให้เหมาะกับแต่ละบุคคลได้
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ กี่วันเห็นผล?
หลังทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ สามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันทีหลังทำ แต่ผลลัพธ์ในช่วงแรกอาจยังไม่ใช่ผลลัพธ์สุดท้าย เนื่องจากใบหน้ายังมีอาการบวมจากการทำหัตถการ
อาการทั่วไปที่พบได้หลังทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์?
- อาจมีอาการบวม แดง หรือเขียวช้ำเล็กน้อย ซึ่งเป็นอาการที่พบได้ตามปกติ
- หากมีอาการบวม สามารถประคบเย็นเพื่อช่วยลดอาการได้
- การทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์บางตำแหน่ง อาจคลำได้ก้อนซึ่งเป็นปกติ แต่เมื่อส่องกระจกจะมองไม่เห็นว่าเป็นก้อน
อาการบวมหลังทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์จะหายเมื่อไร?
โดยในช่วง 3–14 วันแรก อาจยังมีอาการบวมอยู่ หลังจากนั้นสารเติมเต็มจะค่อย ๆ กลืนเข้ากับผิว ทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น ดังนั้น หากต้องการประเมินผลลัพธ์ของโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ ควรรอให้ผ่านช่วงบวมประมาณ 2 สัปดาห์ – 1 เดือน เพื่อให้สารเติมเต็มเข้าที่และกลมกลืนกับผิวมากขึ้น
โปรแกรมฟิลเลอร์อยู่ได้นานแค่ไหน?
ระยะเวลาของผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับชนิดของโปรแกรมฟิลเลอร์ ตำแหน่งและปริมาณที่ฉีด รวมถึงปัจจัยเฉพาะบุคคล ฟิลเลอร์แต่ละชนิดจึงมีระยะเวลาคงผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน และเมื่อเวลาผ่านไปจะค่อย ๆ สลายไปตามธรรมชาติ
ก่อนทำโปรแกรมฟิลเลอร์ต้องเตรียมตัวอย่างไร?
ก่อนฉีดควรแจ้งแพทย์เกี่ยวกับโรคประจำตัว ยาที่รับประทานเป็นประจำ ประวัติการแพ้ รวมถึงหัตถการหรือการฉีดสารเติมเต็มที่เคยทำมาก่อน เพื่อให้แพทย์ประเมินความเหมาะสมและวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม
หลังทำโปรแกรมฟิลเลอร์ต้องดูแลตัวเองอย่างไร?
- งดแต่งหน้า หรือทาครีมบริเวณรูเปิดเข็ม 24 ชั่วโมง
- งดออกกำลังกายหนักในช่วง 2–3 วันแรก
- งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 1 สัปดาห์
- หลีกเลี่ยงการนอนกดทับบริเวณที่ทำ 1 สัปดาห์
- งดอาหารหมักดองในช่วง 2 สัปดาห์แรก
- หลีกเลี่ยงความร้อน เช่น ซาวน่า เลเซอร์ หรือการนวดหน้า เป็นเวลา 1 เดือน
การปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด จะช่วยให้ผลลัพธ์หลังทำมีความเป็นธรรมชาติ ลดโอกาสเกิดอาการบวมช้ำ และช่วยให้การฟื้นตัวเป็นไปอย่างเหมาะสม
SFIL PROGRAM โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์แบบสแกนเห็น เทคนิคคุณหมอสร้อย
การวินิจฉัยและออกแบบการรักษาในการทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะ Filler Fatigue หรือใบหน้าอ่อนล้าจากฟิลเลอร์ ซึ่งอัฐฐา คลินิก (ATTA Clinic) ที่ดูแลโดย พญ. อทิตา อินทร์วงศ์ หรือคุณหมอสร้อย (ว.44231) ซึ่งเป็นแพทย์เฉพาะทางรังสีวินิจฉัย ได้นำการอัลตราซาวนด์เข้ามาร่วมในการทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์แบบสแกนเห็น หรือ SFIL Program
โปรแกรม SFIL มาจากคำว่า SCAN-FILL-LIFT เทคนิคเฉพาะของอัฐฐา คลินิก (ATTA CLINIC)
- SCAN: สแกนด้วยอัลตราซาวนด์ใบหน้า (Facial Ultrasound) เพื่อวางฟิลเลอร์อย่างแม่นยำ หลีกเลี่ยงเส้นเลือด และปรับตามโครงสร้างเฉพาะบุคคล
- FILL: เติมฟิลเลอร์ทดแทนกระดูกทรุด ยกพยุงเส้นเอ็นที่หย่อน ให้หน้าที่หย่อนคล้อยดูยกกระชับ และอ่อนเยาว์
- LIFT: ยกโครงหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่เน้นเติมถมร่อง คืนความสดใสแลดูอ่อนเยาว์
ทั้งนี้ แม้ว่าการทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์จะสามารถแก้ไขหรือสลายสารเติมเต็มที่ฉีดไปแล้วได้ แต่การฉีดให้สวยตั้งแต่แรก คือ ทางออกที่ดีที่สุดของการทำโปรแกรมฟิลเลอร์





