ยกกระชับหน้าด้วยคลื่นวิทยุ 2 คลื่นความถี่ เทคนิคสแกนเห็น
โปรแกรม XERF คือ โปรแกรมการยกกระชับใบหน้า และสลายไขมันส่วนเกินแบบไม่ต้องผ่าตัด (Non-invasive) นวัตกรรมแรกของโลก ด้วยการส่งพลังงานคลื่นวิทยุ (Radiofrequency หรือ RF) 2 คลื่นความถี่ ได้แก่ 6.78 MHz และ 2 MHz ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใหม่ที่สุด ผ่านการรับรองจาก US-FDA ทำให้เป็นเครื่องที่สามารถลงพลังงานไปในชั้นเส้นเอ็นยกหน้าแนวตั้ง (Retinacular Cutis) ครอบคลุมการรักษาถึง 3 ระดับความลึกที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ชั้นผิวหนัง ไปจนถึงโครงสร้างใบหน้าใต้ผิวหนัง ชั้นไขมัน รวมถึงเส้นเอ็นแนวตั้ง ส่งผลให้ผิวที่ดูหย่อนคล้อยกลับมาแน่นกระชับ และเรียบเนียนขึ้น
ทำไมต้องมี 2 คลื่นความถี่
คุณสมบัติความถี่คู่ (dual-frequency) ของโปรแกรม XERF ทำให้แตกต่างจากการรักษาด้วยโปรแกรมเครื่องยกกระชับด้วยคลื่นวิทยุ (RF) แบบเดิม เพราะสามารถปล่อยพลังงานที่ 2 ความถี่ต่างกัน คือ 6.78 MHz และ 2 MHz โดยความถี่ 6.78 MHz เหมาะสำหรับการยกกระชับผิวชั้นบน (Dermis) และชั้นไขมัน ขณะที่ความถี่ 2.00 MHz สามารถส่งพลังงานถึงโครงสร้างที่ลึกกว่านั้น ทำให้สามารถออกแบบการรักษาได้อย่างเฉพาะเจาะจงในแต่ละบริเวณที่ต้องทำการรักษา
จุดเด่นของโปรแกรม XERF
- ผสาน 2 คลื่นความถี่ 6.78 MHz และ 2 MHz สามารถส่งพลังงานความร้อนลงไปได้ในหลากหลายระดับโครงสร้างผิว
- ส่งพลังงานลงได้ถึง 3 ระดับความลึก ได้แก่ โครงสร้างชั้นบน โครงสร้างชั้นกลาง และโครงสร้างชันลึก
- Wave Fit Pulse Technology ปรับพลังงานให้เหมาะกับแต่ละจุดโดยอัตโนมัติ พร้อมควบคุมอุณหภูมิให้พอดี ทำให้รู้สึกสบายขณะทำ และไม่มีความเสี่ยงจากความร้อนสะสม
- ระบบพ่นความเย็น ICD ช่วยปกป้องผิวชั้นบนจากความร้อน ลดความรู้สึกระคายเคืองระหว่างทำ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ยาชา
- หัวทิปที่ถูกออกแบบพิเศษ เพื่อกระจายพลังงานอย่างสม่ำเสมอ ลดผลข้างเคียง เช่น ผิวแสบ เบิร์น
ข้อดีของการส่งพลังงานลงลึก 3 ชั้น
ด้วยการใช้ความถี่คู่ 6.78 MHz และ 2 MHz XERF สามารถส่งพลังงานได้อย่างแม่นยำ ได้แก่
- โครงสร้างชั้นบน (Upper Dermal Layer) เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และอีลาสติน ทำให้ผิวกระชับ ยืดหยุ่น
- โครงสร้างชั้นกลาง (Upper Fat Layer) ยกกระชับ และปรับโครงสร้างชั้นไขมันชั้นตื้น ให้แน่นกระชับ และแข็งแรง
- โครงสร้างชั้นลึก (Lower Fat Layer) ส่งพลังงานลงลึกสู่ชั้นเอ็นยึดหน้าแนวตั้ง (Retinacular Cutis) กระชับไขมันชั้นลึก
โปรแกรม XERF เหมาะกับใคร
- ผู้ที่ใบหน้าเริ่มมีปัญหาความหย่อนคล้อย
สามารถยกโครงสร้างผิวให้กระชับขึ้น ด้วยพลังงาน 2 คลื่นความถี่ ที่สามารถลงลึก 3 ชั้น ตั้งแต่ชั้นผิวหนัง ชั้นไขมัน รวมถึงเส้นเอ็นแนวตั้ง ที่ทำให้หน้าตึงกระชับ - ผู้ที่มีไขมันส่วนเกินที่ใบหน้า และเหนียง
โปรแกรม XERF สามารถส่งพลังงานลงลึกถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนัง จึงช่วยสลายไขมันส่วนเกินในตำแหน่งที่ไม่ต้องการ ควบคู่ไปกับผลลัพธ์การยกกระชับ - ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยเล็ก ๆ และปัญหาผิว
โปรแกรม XERF สามารถช่วยฟื้นฟูผิวให้เรียบเนียนขึ้น โดยช่วยลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ บนใบหน้า และผิวรอบดวงตา ที่มีปัญหาริ้วรอย และความหย่อนคล้อยได้ - ผู้ที่กลัวเจ็บ กลัวการผ่าตัด
โปรแกรม XERF มาพร้อมระบบ ICD Cooling ที่ช่วยลดความรู้สึกเจ็บขณะทำ จึงไม่จำเป็นต้องใช้ยาชา และไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้น
ขั้นตอนการทำโปรแกรม XERF
- ปรึกษาและประเมินโครงสร้างใบหน้า : แพทย์จะทำการตรวจประเมินและวินิจฉัยโครงสร้างใบหน้าถึงปัญหาที่กังวล เพื่อออกแบบการรักษา และกำหนดค่าพลังงาน และจำนวนการยิงที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
- เตรียมผิว : เจ้าหน้าที่ทรีตเมนต์จะทำความสะอาดผิวหน้าที่ต้องทำการรักษา พร้อมทั้งติดแผ่นสื่อไฟฟ้า (Grounding Pad) ที่บริเวณหลัง เพื่อให้พลังงาน RF ทำงานได้อย่างสมบูรณ์
- เริ่มทำการรักษา : เทคนิคคุณหมอสร้อยจะใช้อัลตราซาวนด์ร่วมในการประเมินโครงสร้างใบหน้า เพื่อส่งพลังงานไปยังชั้นที่มีปัญหาได้ตรงจุด ลึกปรับความลึก และพลังงานตาปัญหาเฉพาะบุคคล โดยขณะทำจะรู้สึกอุ่นเล็กน้อย สลับกับความเย็นสบายที่ผิวชั้นบนจากระบบทำความเย็น ICD Cooling
- เสร็จสิ้น : หลังทำเสร็จ เจ้าหน้าที่ทรีตเมนต์จะทำความสะอาดผิวและทาครีมบำรุง ซึ่งหลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
โปรแกรม XERF อยู่ได้นานเท่าไหร่
ผลลัพธ์ของโปรแกรม XERF อยู่ได้นาน 8-12 เดือน ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล โดยแนะนำทำซ้ำปีละ 1-2 ครั้ง เพื่อผลลัพธ์การยกกระชับอย่างต่อเนื่อง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม XERF
ใช้เวลาทำนานแค่ไหน?
โปรแกรม XERF สามารถทำได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้ยาชา ระยะเวลาในการทำหัตถการอยู่ที่ประมาณ 30 นาทีขึ้นไป ขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตของการยิง
ทำโปรแกรม XERF เสร็จแล้ว สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีหรือไม่?
ได้ทันที เพราะไม่ต้องพักฟื้น แต่งหน้าและใช้ชีวิตได้ตามปกติ อาจมีอาการผิวแดงอมชมพูเล็กน้อยซึ่งจะหายไปเองในไม่กี่ชั่วโมง
ระดับความเจ็บ ต้องใช้ยาชาหรือไม่
ไม่จำเป็น เพราะระบบทำความเย็น และเทคโนโลยีปรับพลังงานอัตโนมัติ จะช่วยลดความเจ็บปวดระหว่างทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ต้องดูแลอะไรเป็นพิเศษหลังการทำหรือไม่?
ไม่จำเป็นต้องดูแลเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นหัตถการแบบไม่รุกราน และสามารถแต่งหน้าได้ตามปกติ
ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล
จำนวนครั้งขึ้นอยู่กับปัญหาความหย่อนคล้อย และความคาดหวังของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปผลลัพธ์หลังทำ 1 ครั้ง จะอยู่ได้ 8-12 เดือน ทั้งนี้ แนะนำให้กลับมาทำซ้ำทุก 1 ปี เพื่อคงผลลัพธ์อย่างต่อเนื่อง
โปรแกรม XERF คืออะไร และทำงานอย่างไร?
โปรแกรม XERF คือ โปรแกรมการยกกระชับใบหน้า ด้วยการส่งพลังงานคลื่นวิทยุ (Radiofrequency หรือ RF) 2 คลื่นความถี่ ได้แก่ 6.78 MHz และ 2 MHz เพื่อส่งพลังงานความร้อนไปยังโครงสร้างเป้าหมายในระดับความลึกที่แตกต่างกัน โดยมีระบบปรับระดับความลึกและพลังงานให้เหมาะกับบริเวณที่รักษา
พลังงานความร้อนช่วยให้เกิดการหดตัวของคอลลาเจนและกระตุ้นกระบวนการปรับโครงสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ จึงอาจช่วยให้ใบหน้าดูกระชับขึ้น
โปรแกรม XERF ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?
โปรแกรม XERF สามารถดูแลปัญหาความหย่อนคล้อยและความกระชับของใบหน้า เช่น แก้มที่เริ่มหย่อนคล้อย กรอบหน้าที่ไม่ชัดเจน และความกระชับบริเวณใต้คางหรือลำคอ นอกจากนี้ ยังอาจช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้นได้
โปรแกรม XERF เหมาะกับใคร?
โปรแกรม XERF อาจเหมาะกับผู้ที่เริ่มมีความหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด หรือสังเกตเห็นความกระชับของใบหน้าลดลงตามวัย และต้องการดูแลใบหน้าโดยไม่ผ่าตัด
โปรแกรม XERF เจ็บไหม?
ระหว่างทำโปรแกรม XERF อาจรู้สึกอุ่น ร้อน หรือไม่สบายผิวเป็นบางช่วง โดยโปรแกรม XERF มีระบบ Integrated Cryogen Delivery (ICD Cooling) ที่ช่วยควบคุมความเย็นบริเวณผิวระหว่างส่งพลังงาน ซึ่งช่วยเพิ่มความสบายระหว่างการรักษา
โปรแกรม XERF เห็นผลเมื่อไหร่?
หลังทำโปรแกรม XERF บางคนอาจสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงด้านความกระชับได้ แต่ผลลัพธ์อาจค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงต่อเนื่องในช่วง 1-3 เดือน จากกระบวนการปรับโครงสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ
ผลลัพธ์จากโปรแกรม XERF อยู่ได้นานแค่ไหน?
ผลลัพธ์หลังทำอาจอยู่ได้ 8-12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพใบหน้า อายุ การเปลี่ยนแปลงตามวัย และการตอบสนองต่อการรักษาของแต่ละบุคคล
โปรแกรม XERF ต้องทำกี่ช็อตและกี่ครั้ง?
จำนวนช็อตและจำนวนครั้งที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับบริเวณที่ต้องการรักษา ขนาดพื้นที่ ความหย่อนคล้อย และเป้าหมายของการรักษา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตรวจวินิจฉัยของแพทย์
หลังทำโปรแกรม XERF ต้องพักฟื้นหรือไม่?
โปรแกรม XERF เป็นการรักษาแบบไม่ผ่าตัดและไม่ใช้เข็ม โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องพักฟื้น และสามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้หลังทำ
โปรแกรม XERF ต่างจาก Ultherapy อย่างไร?
ความแตกต่างหลักของโปรแกรม XERF และโปรแกรม Ultherapy คือชนิดของพลังงานที่ใช้ในการรักษา โดยโปรแกรม XERF ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ (Monopolar RF) เพื่อสร้างความร้อนในโครงสร้างเป้าหมาย ส่วนโปรแกรม Ultherapy ใช้พลังงานคลื่นอัลตราซาวนด์แบบ Microfocused Ultrasound พร้อมระบบแสดงภาพอัลตราซาวนด์ที่ช่วยให้แพทย์ประเมินโครงสร้างระหว่างการรักษา ดังนั้น การเลือกวิธีรักษาควรพิจารณาจากสาเหตุของความหย่อนคล้อยและโครงสร้างใบหน้าที่ต้องการดูแล
โปรแกรม XERF Structural Lifting with Ultrasound Precision เทคนิคคุณหมอสร้อย
การทำโปรแกรมยกกระชับใด ๆ ให้เห็นผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเครื่องมือที่ใช้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการตรวจประเมินวินิจฉัย และออกแบบการรักษาให้ตรงกับปัญหาและโครงสร้างใบหน้าเฉพาะบุคคลด้วย
โดยการทำโปรแกรม XERF ที่อัฐฐา คลินิก (ATTA Clinic) คุณหมอสร้อยจะใช้เทคนิคอัลตราซาวนด์ใบหน้า (Facial Ultrasound) ในการวิเคราะห์และสแกนโครงสร้างใบหน้าของคนไข้ก่อนทำการรักษา เพื่อกำหนดตำแหน่งที่ต้องการยกกระชับหน้า หรือสลายไขมันอย่างละเอียด เพื่อลดความเสี่ยงในการสูญเสียไขมันที่จำเป็น เช่น Baby Fat ซึ่งเป็นไขมันที่ช่วยให้ใบหน้าดูเด็กและอ่อนเยาว์ การวินิจฉัยอย่างแม่นยำนี้ช่วยป้องกันปัญหาหน้าตอบ หน้าโทรม ที่มักเกิดขึ้นเมื่อไขมันที่จำเป็นถูกทำลาย
นอกจากนี้ เทคนิคของคุณหมอสร้อยในการทำโปรแกรม XERF คือ จะวางพลังงานตามแนว Retinacular Cutis หรือ เส้นเอ็นแนวตั้ง ที่ทำหน้าที่ยึดโครงสร้างใบหน้าให้กระชับ โดยประเมินจากการอัลตราซาวนด์โครงสร้างใบหน้าของแต่ละคน จึงช่วยยกผิวในแนวตั้ง และกระชับใบหน้าแบบเป็นโครงสร้าง (Structural Tightening)
เปรียบเทียบ 4 โปรแกรมเครื่องยกกระชับ แตกต่างกันอย่างไร
โปรแกรม XERF แตกต่างจากโปรแกรม Oligio อย่างไร
โปรแกรม XERF และโปรแกรม Oligio เป็นโปรแกรมที่ใช้เทคโนโลยีคลื่นวิทยุแบบขั้วเดียว (Monopolar RF) เหมือนกัน ให้ผลลัพธ์เรื่องการยกกระชับได้บางส่วน และสลายไขมัน แต่โปรแกรม XERF จะมีความแตกต่างตรงที่ใช้ 2 คลื่นความถี่ คือ 6.78 MHz และ 2 MHz XERF ที่จึงสามารถส่งพลังงานได้ลึกกว่าโปรแกรม Oligio ที่มีคลื่นความถี่เดียว คือ 6.78 MHz
โปรแกรม XERF แตกต่างจากโปรแกรม Thermage อย่างไร
โปรแกรม XERF แตกต่างจากโปรแกรม Ultherapy อย่างไร
โปรแกรม XERF และโปรแกรม Ultherapy มีความแตกต่างกันอย่างมาก เริ่มตั้งแต่พลังงานที่ใช้ โดยโปรแกรม Ultherapy จะใช้คลื่นอัลตราซาวนด์ความถี่สูงแบบเฉพาะเจาะจง (MFU-V) ซึ่งจะส่งพลังงานเป็นจุดเล็ก ๆ ที่มีความแม่นยำสูงลงไปถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นโครงสร้างเดียวกับที่ศัลยแพทย์ทำการผ่าตัดเพื่อดึงหน้า
ดังนั้น โปรแกรม Ultherapy เป็นการยกกระชับที่ลึกกว่า (Deep plane) ไปยังชั้น SMAS แบบมองเห็นการยิงแบบละเอียด แม่นยำ ด้วยการอัลตราซาวนด์
ขณะที่โปรแกรม XERF เป็นการส่งพลังงานคลื่นวิทยุแบบ 2 คลื่นความถี่ จึงช่วยยกกระชับเส้นเอ็นแนวตั้ง (Retinacular cutis) เหมาะกับเคสที่ต้องคอนทัวร์ใบหน้า ทำให้หน้าแน่นขึ้น (tightening) ซึ่งขณะทำจะรู้สึกเจ็บน้อยกว่า เพราะมีระบบพ่นความเย็น ICD และการปรับค่าพลังงานอัตโนมัติตามตำแหน่งที่ทำการรักษา
ทั้งนี้ เครื่องมือที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับลักษณะปัญหา และการวินิจฉัยโดยแพทย์ผู้ทำการรักษา รวมถึงการประเมินโครงสร้างใบหน้าเฉพาะบุคคล เพื่อส่งพลังงานไปยังชั้นโครงสร้างที่ต้องการรักษาอย่างละเอียด แม่นยำ มอบผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ
โปรแกรม XERF สามารถทำร่วมกับโปรแกรมใดได้บ้าง
- ทำร่วมกับหัตถการฉีด เช่น โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ โปรแกรมฉีดโบ โดยหากต้องทำโปรแกรม XERF ร่วมกับหัตถการฉีดพร้อมกันในครั้งเดียว อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับปัญหา การวินิจฉัย และการออกแบบการรักษาของแพทย์
- ทำร่วมกับโปรแกรม Ultherapy การทำ 2 โปรแกรมร่วมกัน จะช่วยให้ผลลัพธ์การยกกระชับครอบคลุมทั้งโครงสร้างชั้นตื้น และโครงสร้างชั้นลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งช่วยให้การยกกระชับเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนขึ้น โดยอาจทำโปรแกรม Ultherapy ก่อน แล้วเว้นระยะในการทำโปรแกรม XERF ในครั้งต่อไป เพื่อเมนเทนผลลัพธ์การยกกระชับให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
รีวิวโปรแกรม XERF
ก่อนและหลังทำ (Before & After)











