Soprano Ice Program
โปรแกรมโซปราโนไอซ์ เลเซอร์กำจัดขนที่ให้ผิวเนียนสวยและไม่เจ็บ
Soprano ICE Platinum คือ เทคโนโลยีเลเซอร์กำจัดขนถาวร สำหรับทุกสีผิวและทุกประเภทขน เป็นนวัตกรรมการกำจัดขนที่ล้ำสมัยและมีประสิทธิภาพ ด้วยการใช้เทคโนโลยี Trio Diode Technology ที่ผสมผสานความยาวคลื่นเลเซอร์ถึง 3 ช่วงความยาว ได้แก่ 755 นาโนเมตร (Alexandrite), 810 นาโนเมตร (Diode) และ 1,064 นาโนเมตร (Nd) ทำให้สามารถครอบคลุมการกำจัดขนได้ในทุกสีผิว ตั้งแต่ผิวขาว ผิวคล้ำ ไปจนถึงผิวเข้ม พร้อมทั้งสามารถกำจัดขนทุกประเภท ทั้งขนสีอ่อนและขนสีเข้มได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Trio Diode Technology – เอกลักษณ์การกำจัดขนที่ไม่เหมือนใครของ Soprano ICE Platinum
Trio Diode Technology คือการรวมพลังจากหัวเลเซอร์ทั้ง 3 แบบ เพื่อให้การกำจัดขนเป็นไปได้อย่างครอบคลุมและปลอดภัย สามารถจับเม็ดสีเมลานินในเส้นขนและกำจัดขนได้ทุกชั้นของผิว ไม่ว่าจะเป็นขนหนาหรือขนบาง ซึ่งเทคโนโลยีนี้ช่วยให้ Soprano ICE Platinum เหมาะสำหรับการกำจัดขนถาวรบนทุกพื้นที่ของร่างกาย รวมถึงใบหน้า ใต้วงแขน และบิกินีไลน์
คุณสมบัติของเลเซอร์แต่ละช่วงความยาวคลื่น กับการกำจัดขน
- Alexandrite (755 นาโนเมตร) เหมาะกับการกำจัดขนบนชั้นผิวตื้น สามารถจับเม็ดสีเมลานินได้ดี เหมาะสำหรับขนเส้นเล็กและสีอ่อน เช่น บริเวณคิ้วและเหนือริมฝีปาก
- Diode (810 นาโนเมตร) ความยาวคลื่นมาตรฐานในการกำจัดขนที่สามารถเจาะลึกได้ระดับกลาง ใช้ได้ผลดีกับขนสีเข้มและสีอ่อน รวมถึงผิวคล้ำ
- Nd (1064 นาโนเมตร) เลเซอร์ที่สามารถเจาะลึกถึงชั้นผิวลึก เหมาะกับการกำจัดขนสีเข้มในผู้ที่มีผิวสีเข้ม และขนที่เส้นหนา
SHR Technology – เทคโนโลยีที่ทำให้กำจัดขนได้อย่างไม่เจ็บ
Soprano ICE Platinum ยังมาพร้อมกับ SHR Technology (Super Hair Removal) ที่ทำให้การกำจัดขนเป็นไปได้อย่างสะดวกสบายและไม่เจ็บ โดย SHR จะส่งพลังงานเลเซอร์อย่างต่อเนื่องเพื่อทำให้เส้นขนอ่อนแอและหลุดร่วงออกไป ช่วยให้กระบวนการกำจัดขนเป็นไปอย่างอ่อนโยน ไม่ระคายเคืองแม้กับผู้ที่มีผิวบอบบาง
ทำไมต้องเลือก โปรแกรมเลเซอร์กำจัดขน Soprano ICE Platinum
- ครอบคลุมทุกสีผิวและทุกสีขน Trio Diode Technology ทำให้ Soprano ICE Platinum เหมาะกับการกำจัดขนในทุกเฉดสีผิว ทั้งขนสีอ่อนและขนสีเข้ม
- ผลลัพธ์ที่รวดเร็วและถาวร สามารถเห็นผลลัพธ์ได้ตั้งแต่ครั้งแรก ๆ และช่วยลดการเกิดใหม่ของขนอย่างมีประสิทธิภาพ
- ไม่เจ็บและปลอดภัย ด้วย SHR Technology ทำให้การกำจัดขนเป็นไปอย่างไม่เจ็บ สบายตัว และปลอดภัย
การเตรียมตัวก่อนการยิงเลเซอร์กำจัดขน
- หลีกเลี่ยงการถอนหรือแว็กซ์ขน ควรหลีกเลี่ยงการถอนขนในบริเวณที่ต้องการทำเลเซอร์ขน ประมาณ 3-4 สัปดาห์ เพราะจะทำให้เซลล์รากขนที่เป็นเป้าหมายของการรักษาถูกดึงออกไป เพื่อให้เซลล์รากขนคงอยู่ และให้เลเซอร์จับที่เส้นขนได้ดี
- หลีกเลี่ยงแสงแดด หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดก่อนเข้ารับการทำโปรแกรมเลเซอร์กำจัดขน เพราะผิวที่คล้ำจากแดด อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้
ขั้นตอนการทำเลเซอร์กำจัดขน
- โกนขนในบริเวณที่จะทำเลเซอร์ ควรโกนขนบริเวณที่จะทำการรักษาให้สะอาดก่อนเริ่มเลเซอร์ ซึ่งจะช่วยให้เลเซอร์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดโอกาสเสี่ยงต่อการระคายเคืองผิวจากขนยาวที่เหลือ
- ความรู้สึกขณะยิงเลเซอร์ ขณะยิงเลเซอร์จะรู้สึกคล้ายโดนดีดผิวเบา ๆ และมีความรู้สึกอุ่นเล็กน้อยที่ผิวบริเวณที่ทำเลเซอร์ โดยปกติแล้วเครื่อง Soprano ICE Platinum จะรู้สึกเย็น ๆ และเจ็บน้อยมาก ๆ จนแทบไม่รู้สึก
- เมื่อเลเซอร์จนทั่วบริเวณแล้ว จะมีการทาครีมเพื่อลดการอักเสบและการระคายเคืองจากเลเซอร์ หลังจากนั้นสามารถใช้ชีวิตตามปกติ แต่ผิวหนังบริเวณที่ทำเลเซอร์ไม่ควรโดนแสงแดด เพราะอาจทำให้เกิดการอักเสบและกระตุ้นให้เกิดการระคายเคืองได้
ข้อปฏิบัติหลังเลเซอร์ขน :
การดูแลผิวเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
การดูแลผิวหลังจากทำเลเซอร์กำจัดขนอย่างเหมาะสม จะช่วยลดอาการระคายเคือง ลดรอยแดง และป้องกันผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น โดยควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้
- หลีกเลี่ยงการอาบน้ำร้อนหลังเลเซอร์ขน
เพราะความร้อนจะทำให้ผิวแห้งและขาดความชุ่มชื้น ควรใช้น้ำอุณหภูมิปกติหรือน้ำอุ่น เพื่อป้องกันการระคายเคืองผิวเพิ่มเติม - หลีกเลี่ยงการฟอกสบู่หรือสครับผิวใน 24 ชั่วโมงแรก
หลังเลเซอร์เสร็จ ควรงดการใช้สบู่หรือสครับผิวบริเวณที่เลเซอร์อย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการระคายเคืองและรอยแดง - ทาครีมบำรุงที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น
แนะนำให้ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์หรือครีมว่านหางจระเข้ เพื่อบรรเทาการระคายเคืองและเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวบริเวณที่เลเซอร์ - หลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง
ควรป้องกันผิวจากแสงแดดโดยตรงเป็นเวลา 1-2 สัปดาห์หลังทำเลเซอร์ เพราะผิวอาจอ่อนแอต่อแสงยูวีและเกิดรอยดำหรือรอยแดงได้ง่าย หากต้องออกไปข้างนอก ควรใช้ครีมกันแดดที่มี SPF สูง - หลีกเลี่ยงการถอน โกน หรือแว็กซ์ขน
หลังเลเซอร์ไม่ควรถอน โกน หรือแว็กซ์ขน ถึงแม้จะเห็นตอขนขึ้นใหม่ ควรปล่อยให้เส้นขนหลุดร่วงเองโดยธรรมชาติ - งดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์หรือสารระคายเคือง
ในช่วงสัปดาห์แรกหลังทำเลเซอร์ ควรงดใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีแอลกอฮอล์ AHA, BHA หรือสารที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง เพื่อลดความเสี่ยงของผิวที่อักเสบ
ควรทำเลเซอร์ขนอย่างต่อเนื่อง
เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
เพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืน ควรทำเลเซอร์อย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์ โดยปกติเวลาที่แนะนำคือทุก 4-6 สัปดาห์ และควรทำต่อเนื่องอย่างน้อย 5-8 ครั้ง ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ สีและลักษณะของเส้นขน
กลไกการทำงานของเลเซอร์กำจัดขน
เลเซอร์ขน ทำงานโดยการปล่อยพลังงานแสงในช่วงความถี่ที่เฉพาะเจาะจงไปยังรากขน เพื่อทำลายแหล่งกำเนิดของเส้นขนอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งพลังงานแสงนี้จะถูกดูดซับโดย เซลล์เม็ดสี (เมลานิน) ในรากขน ซึ่งเป็นตัวกลางในการส่งผ่านพลังงานแสงและเปลี่ยนเป็น พลังงานความร้อน ความร้อนที่เกิดขึ้นจะเข้าไปทำลายเซลล์ที่สร้างเส้นขน ทำให้รากขนถูกทำลายและหยุดการเจริญเติบโต ผลลัพธ์ที่ได้คือการลดจำนวนเส้นขนลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งขนหมดไปในที่สุด
ควรทำ Soprano Ice Program เพื่อกำจัดขน
กี่ครั้ง ขนจึงจะหมด?
ทำไมต้องทำเลเซอร์ขนหลายรอบ?
การทำเลเซอร์กำจัดขนจำเป็นต้องทำหลายรอบเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน เนื่องจาก วงจรการเจริญเติบโตของเส้นขน ประกอบด้วย 3 ระยะ คือ ระยะเจริญเติบโต (Anagen), ระยะพักตัว (Telogen), และระยะหลุดร่วง (Catagen) ซึ่งเลเซอร์จะมีประสิทธิภาพสูงสุดใน ระยะ Anagen เพราะในระยะนี้เส้นขนยังติดอยู่กับรากขน ทำให้พลังงานเลเซอร์สามารถทำลายรากขนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จำนวนครั้งที่ควรทำเลเซอร์ขน
- โดยทั่วไปแล้ว ควรทำเลเซอร์ขนอย่างน้อย 5-8 ครั้ง เพื่อให้ครอบคลุมเส้นขนทั้งหมดในระยะเจริญเติบโต
- จำนวนครั้งที่แน่นอนอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความหนาของเส้นขน, อัตราการเติบโตของขน และลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคล
- เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แนะนำให้ทำเลเซอร์อย่างต่อเนื่องทุก 4-6 สัปดาห์ หรือ 1 ครั้งต่อเดือน ตามคำแนะนำของแพทย์
ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพของเลเซอร์ขน
- สีของเส้นขน : เส้นขนที่มีสีดำหรือเข้มจะทำโปรแกรมเลเซอร์ขนได้ผลดีกว่าเส้นขนสีอ่อน เนื่องจากเมลานินในขนสีเข้มจะดูดซับพลังงานแสงได้มากกว่า
- สีผิว : คนผิวขาวมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงน้อยกว่าคนผิวคล้ำ เนื่องจากเม็ดสีผิวที่อ่อนทำให้เลเซอร์สามารถเจาะถึงรากขนได้โดยไม่กระทบกับผิวหนังรอบข้าง
ข้อดีของการทำเลเซอร์กำจัดขน
- ลดโอกาสเกิดขนใหม่ถาวร : เลเซอร์ขนเป็นการทำลายรากขนในระยะยาว ช่วยลดการเกิดขนใหม่
- มีความปลอดภัยสูง : เทคโนโลยีเลเซอร์สมัยใหม่ช่วยลดโอกาสการเกิดแผลเป็น หรือผลข้างเคียงหลังการทำ
- ใช้เวลาไม่นาน : การทำเลเซอร์แต่ละครั้งใช้เวลาไม่นาน และไม่ต้องพักฟื้นหลังการรักษา
บริเวณที่สามารถทำเลเซอร์กำจัดขนได้
- เลเซอร์รักแร้ บริเวณรักแร้เป็นหนึ่งในจุดที่ได้รับความนิยมในการเลเซอร์ขนมากที่สุด เนื่องจากช่วยให้รักแร้เรียบเนียน ลดปัญหาตุ่มหนังไก่และขนคุด รวมถึงลดปัญหารักแร้ดำและกลิ่นตัว การเลเซอร์ขนรักแร้ยังรู้สึกเจ็บน้อยกว่าบริเวณอื่น ทำให้เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น
- เลเซอร์ขนบนใบหน้า (เลเซอร์หน้าใส) การเลเซอร์ขนบนใบหน้าจะช่วยให้ผิวหน้าเรียบเนียนและดูกระจ่างใส ขจัดเส้นขนอ่อนที่สร้างความรำคาญบนผิวหน้า ทำให้เมกอัพติดทน และไม่เป็นคราบ
- เลเซอร์หนวดและเครา เหมาะสำหรับผู้ที่มีหนวดหรือเคราดกดำและแข็ง รวมถึงผู้ที่มีปัญหาขนคุดบริเวณนี้ การเลเซอร์จะช่วยลดปริมาณเส้นขนให้บางลงและแก้ปัญหาขนคุด ทำให้ผิวหน้าเรียบเนียน และไม่ต้องโกนหนวดบ่อย ๆ
- เลเซอร์ขนขา การเลเซอร์ขนขาจะช่วยลดปัญหาขนขาดกและยาว โดยเฉพาะผู้ที่ต้องโกนหรือแว็กซ์ขนขาเป็นประจำ ที่มักจะพบปัญหาขนคุด ซึ่งการเลเซอร์ขนขาช่วยให้มีความเรียบเนียน และลดการเกิดขนใหม่อย่างถาวร
- เลเซอร์ขนแขน การเลเซอร์ขนแขน จะช่วยแก้ปัญหาขนแขนเยอะและยาว ทำให้แขนดูเรียบเนียน ลดโอกาสเกิดขนคุดหลังการโกนหรือแว็กซ์
- เลเซอร์บิกินี การเลเซอร์บิกินีเป็นที่นิยมในปัจจุบัน เพราะช่วยลดความอับชื้น ลดการเสียดสีภายในกางเกง และทำให้ผิวบริเวณนี้เรียบเนียน ลดปัญหาขนคุดในจุดซ่อนเร้น
- เลเซอร์ขนหน้าอก เหมาะสำหรับผู้ชายที่มีขนหน้าอกหนา และไม่ต้องการกำจัดขนด้วยการโกน แว็กซ์ หรือใช้ครีมกำจัดขน การเลเซอร์ขนหน้าอกช่วยลดการระคายเคือง ทำให้ผิวเรียบเนียนและดูสะอาดตา
ผลข้างเคียงของการทำเลเซอร์ขน
ผลข้างเคียงของการทำเลเซอร์ขน มีดังนี้
- การระคายเคืองผิวหนัง : หลังเลเซอร์ขนอาจมีอาการแสบร้อนคล้ายไหม้แดดเล็กน้อย ซึ่งอาการนี้มักจะหายไปเองภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังทำเลเซอร์ นอกจากนี้อาจเกิดรูขุมขนอักเสบคล้ายเป็นจุดสิวในช่วง 3-4 วันแรก หรือมีตุ่มแดงเล็กน้อย
- การเปลี่ยนแปลงของสีผิว : ผิวบริเวณที่ทำเลเซอร์อาจมีการเปลี่ยนแปลงของสี ที่อาจคล้ำขึ้นหรือจางลง ซึ่งสีผิวที่เปลี่ยนไป เป็นได้ทั้งชั่วคราวและถาวร ดังนั้น จึงควรหลีกเลี่ยงแสงแดดทั้งก่อนและหลังทำเลเซอร์ขน เพื่อป้องกันการเปลี่ยนแปลงของสีผิว
- อาการรุนแรง : หากมีอาการปวด บวมอย่างรุนแรง แสบร้อนผิว หรือมีตุ่มน้ำพุพอง ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาเพิ่มเติม
กลุ่มคนที่ไม่เหมาะกับการทำเลเซอร์กำจัดขน
แม้ว่าการเลเซอร์กำจัดขนจะเป็นวิธีที่ปลอดภัยและสามารถทำได้กับคนส่วนใหญ่ แต่ก็ยังมีข้อจำกัดสำหรับบางกลุ่มคน ดังนี้
- สตรีมีครรภ์และสตรีที่กำลังให้นมบุตร
แม้ไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับความปลอดภัยของพลังงานเลเซอร์ในระหว่างการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร แต่เพื่อความปลอดภัย จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์ขนในช่วงนี้ - ผู้ป่วยที่มีโรคเกี่ยวกับผิวหนัง
คนที่มีปัญหาเกี่ยวกับผิวหนัง เช่น โรคผิวหนังอักเสบ โรคสะเก็ดเงิน ผิวหนังติดเชื้อ หรือผู้มีแผลที่เพิ่งได้รับการผ่าตัด ควรหลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์ขน เพราะอาจทำให้สภาพผิวแย่ลง หรือเกิดการระคายเคืองได้ - ผู้ที่มีผิวบอบบางหรือผิวแดงง่าย
ผู้ที่มีผิวบอบบาง หรือมีอาการแดงง่าย ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำเลเซอร์กำจัดขน เพื่อประเมินความเหมาะสมและความปลอดภัยในการทำเลเซอร์
เปรียบเทียบการกำจัดขนด้วยเครื่องต่างๆ
การเปรียบเทียบเครื่องเลเซอร์กำจัดขนแต่ละชนิด
การกำจัดขนด้วยเลเซอร์มีหลายเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย โดยเครื่องเลเซอร์แต่ละชนิดมีข้อดีและข้อจำกัดแตกต่างกันไปตามประเภทเส้นขนและสีผิว โดยสามารถเปรียบเทียบข้อแตกต่างของเลเซอร์กำจัดขนที่นิยมใช้ได้ดังนี้
Nd YAG Laser (Neodymium-Doped Yttrium Aluminum Garnet)
- ความยาวคลื่น: 1,064 นาโนเมตร
- ข้อดี: สามารถลงลึกถึงชั้นผิวได้ลึกถึง 7 มิลลิเมตร และจับกับเม็ดสีของเส้นขนเข้มได้ดี เหมาะกับผู้ที่มีสีผิวเข้มหรือผิวคล้ำ เนื่องจากไม่กระทบต่อผิวหนังโดยรอบ โดยช่วยปรับผิวให้เรียบเนียน และลดปัญหาตุ่มหนังไก่และขนคุด
- เหมาะกับ: คนเอเชียที่มีผิวคล้ำหรือผิวบอบบาง โดยต้องทำซ้ำประมาณ 5-8 ครั้ง เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน
ข้อเสีย : รู้สึกเจ็บ ดีด ๆ ร้อน ๆ ในระหว่างที่ทำ
Alexandrite Laser
- ความยาวคลื่น: 755 นาโนเมตร
- ข้อดี: มีความสามารถในการกำจัดขนในระดับลึก และมีผลข้างเคียงน้อย เหมาะสำหรับคนผิวขาวและมีเส้นขนสีอ่อน โดยนิยมใช้ในประเทศแถบยุโรป รวมถึงมีโอกาสเกิดอาการระคายเคืองน้อย
- ข้อเสีย: ไม่เหมาะกับคนเอเชียหรือผู้ที่มีเส้นขนสีเข้ม เนื่องจากอาจทำให้ผิวเกิดการไหม้ได้
Ruby Laser (เลเซอร์ทับทิม)
- ความยาวคลื่น: 694 นาโนเมตร
- ข้อดี: มีช่วงการดูดซับเม็ดสีเมลานินสูงที่สุด สามารถลดจำนวนเส้นขนได้ 30% ในการทำครั้งแรก และลดได้ถึง 60% เมื่อทำ 3-4 ครั้ง
- ข้อเสีย: เป็นเลเซอร์ที่เหมาะสำหรับคนผิวขาวเท่านั้น เนื่องจากพลังงานไม่ลงลึกในชั้นผิว จึงไม่เหมาะกับคนเอเชียหรือผู้ที่มีสีผิวเข้ม เพราะมีโอกาสเสี่ยงเกิดผิวไหม้หลังการทำ
Diode Laser
- ความยาวคลื่น: 800-810 นาโนเมตร
- ข้อดี: สามารถกำจัดขนได้ทุกขนาด ทั้งขนเส้นเล็กและเส้นใหญ่ มีความอ่อนโยนต่อผิว และไม่ทำปฏิกิริยากับเม็ดสีเมลานินของเซลล์ผิว จึงเหมาะกับผิวแห้ง ผิวคล้ำ และผิวบางได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ยังช่วยลดปัญหาตุ่มหนังไก่และขนคุด และทำให้ผิวเรียบเนียน
- เหมาะกับ: ทุกสภาพสีผิว รวมถึงผิวคล้ำหรือผิวบอบบาง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพการกำจัดขนได้มากหรือน้อย มีความเสี่ยงผิวไหม้หรือไม่ ขึ้นกับคุณภาพและเทคโนโลยีเครื่องเลเซอร์ที่ผ่านมาตรฐาน
เครื่อง IPL (Intense Pulsed Light)
ไม่ใช่เลเซอร์กำจัดขน แต่เป็นคลื่นพลังงานแสงความเข้มข้นสูง มีความยาวคลื่น 515-1,200 นาโนเมตร
- ข้อดี: มีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าการใช้เลเซอร์ชนิดอื่นๆ
- ข้อเสีย: ไม่ได้เป็นเลเซอร์โดยตรง จึงอาจมีประสิทธิภาพน้อยกว่าการใช้เลเซอร์และต้องทำหลายครั้ง รวมถึงมีผลข้างเคียงง่ายกว่า คือไหม้ผิวง่าย เสี่ยงเกิดสีผิวที่เข้มขึ้นหรือเป็นรอยด่างขาวได้
Soprano ICE Platinum
เป็นเทคโนโลยีเลเซอร์กำจัดขนที่ได้รับการพัฒนามาเพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุด โดยเครื่อง Soprano ICE Platinum ใช้ Trio Diode Technology ซึ่งเป็นการผสมผสานเลเซอร์ 3 ช่วงความยาวคลื่น ได้แก่ 755 นาโนเมตร (Alexandrite), 810 นาโนเมตร (Diode) และ 1,064 นาโนเมตร (Nd)
เครื่อง Soprano ICE Platinum ได้รับการรับรองจาก องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (US FDA) ซึ่งยืนยันถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการกำจัดขนถาวร จึงเป็นเครื่องที่ได้รับความนิยมในคลินิกและสถานบริการด้านความงามระดับสากล
- ข้อดี: มีความสามารถในการกำจัดขนได้หลากหลายประเภทและเหมาะสมกับทุกสีผิว ทั้งยังมีความอ่อนโยนต่อผิวลดโอกาสการเกิดตุ่มหนังไก่และขนคุด และไม่เจ็บไม่ทรมาน
- ข้อเสีย: เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ และผ่านการรับรองด้านความปลอดภัย องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (US FDA) ทำให้อาจมีราคาสูงกว่า
รีวิวจากผู้เข้ารับบริการ







