แม้โปรแกรม Ultherapy จะเป็นที่นิยม แต่ก็ยังมีความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อยสำหรับโปรแกรมนี้อยู่ไม่น้อย บทความนี้จะพาทุกคนมาทำความเข้าใจไปพร้อมกัน
โปรแกรม Ultherapy ถือเป็นหนึ่งในโปรแกรมยกกระชับใบหน้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากเป็นโปรแกรมที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น และสามารถยกกระชับผิวได้ลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นที่ศัลยแพทย์ใช้สำหรับการผ่าตัดดึงหน้า
อย่างไรก็ตาม แม้โปรแกรม Ultherapy จะเป็นที่นิยม แต่ก็ยังมีความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อยสำหรับโปรแกรมนี้อยู่ไม่น้อย ซึ่งอาจทำให้หลายคนลังเล บทความนี้จะพาทุกคนมาทำความเข้าใจไปพร้อมกัน
5 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการยกกระชับหน้า ด้วยโปรแกรม Ultherapy มีอะไรบ้าง
1. ทำแล้วเห็นผลทันที ?
หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดคือ หลายคนคิดว่าโปรแกรม Ultherapy จะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนทันทีหลังทำ ความจริงคือ หลังทำอาจรู้สึกว่าผิวถูกยกขึ้นเล็กน้อย แต่ผลลัพธ์นี้จะอยู่แค่ชั่วคราวเท่านั้น เพราะผลลัพธ์ที่แท้จริงของ โปรแกรม Ultherapy จะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นเมื่อร่างกายเริ่มกระบวนการผลิตคอลลาเจนใหม่ ซึ่งต้องใช้เวลาโดยประมาณ 1เดือน เพื่อให้ผิวยกกระชับอย่างเต็มที่ ดังนั้น โปรแกรม Ultherapy จึงไม่ใช่วิธีลัดที่เห็นผลทันที แต่เป็นโปรแกรมที่ค่อยๆ ฟื้นฟูสภาพผิวอย่างแลดูเป็นธรรมชาติ
2. ทำแล้วผิวบางลง?
อีกหนึ่งความเชื่อที่ผิดคือ การทำโปรแกรม Ultherapy ทำให้ผิวบางลง เพราะเป็นการใช้พลังงานความร้อน ซึ่งไม่เป็นความจริง เนื่องจากโปรแกรม Ultherapy ทำงานด้วยคลื่นอัลตราซาวนด์ที่มีความแม่นยำสูง โดยส่งพลังงานลงไปยังชั้น SMAS แบบจำเพาะเจาะจง ซึ่งไม่ทำลายผิวชั้นบน จึงไม่ได้ทำให้ผิวบางลง โดยหลังการรักษา ร่างกายจะกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวมีความแข็งแรง แน่นกระชับขึ้นอีกด้วย
3. เหมาะกับคนอายุมากเท่านั้น?
ความจริงคือ โปรแกรม Ultherapy ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “อายุ” แต่ขึ้นอยู่กับ “ปัญหาผิว” ของแต่ละบุคคล เช่น ผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอยเล็กๆ หรือโครงหน้าเริ่มขาดความกระชับ แม้ผู้ที่อายุยังไม่มากก็สามารถทำโปรแกรม Ultherapy เพื่อป้องกันหรือชะลอปัญหาผิวในอนาคตได้ ยิ่งเริ่มดูแลเร็ว ยิ่งช่วยรักษาความกระชับของผิวได้ยาวนาน และป้องกันการหย่อนคล้อยที่อาจเกิดในอนาคตอีกด้วย
4. ทำแล้วหน้าตอบ หน้าดูโทรม?
หลายคนกังวลว่าการทำโปรแกรม Ultherapy จะทำให้หน้าตอบ หรือใบหน้าดูซูบลง ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะโปรแกรม Ultherapy ไม่ได้ทำให้หน้าตอบ หรือดูโทรม หากไม่ได้ส่งพลังงานไปสลายไขมันที่จำเป็น เช่น Baby Fat ซึ่งผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัย และออกแบบการรักษาของแพทย์ตามโครงสร้างใบหน้าเฉพาะบุคคล เพื่อออกแบบตำแหน่งการยิงพลังงานและหลีกเลี่ยงบริเวณที่มี Baby Fat ซึ่งจำเป็นต่อความอ่อนเยาว์ของใบหน้า
5. ทำครั้งเดียว อยู่ได้ถาวรหรือไม่?
หลายคนเข้าใจว่าทำโปรแกรม Ultherapy ครั้งเดียว ก็เพียงพอให้ผลลัพธ์อยู่ตลอดไป แต่ความจริงคือ โปรแกรม Ultherapy ไม่สามารถหยุดกลไกการแก่ แต่สามารถชะลอ เพื่อป้องกันให้เกิดช้าที่สุด เพราะคอลลาเจนและอีลาสตินยังลดลงเรื่อยๆ ผลลัพธ์หลังทำจึงอยู่ได้นาน 1 ปี ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ทำไมต้องโปรแกรม Ultherapy ที่อัฐฐา คลินิก (ATTA Clinic)
- อัลตราซาวนด์วินิจฉัย วิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าเฉพาะบุคคล โดย พญ. อทิตา อินทร์วงศ์ (ว.44231) หรือคุณหมอสร้อย จะใช้เทคนิคอัลตราซาวนด์ใบหน้าก่อนทำการรักษา ทำให้สามารถเห็นโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวางแผนการยิงพลังงานในระหว่างที่ทำการรักษา
- สแกนก่อนยิงทุกช็อต ลึกถึงชั้น SMAS อย่างแม่นยำ เพื่อให้มั่นใจว่าพลังงานไปถึงเป้าหมายที่ต้องการรักษาอย่างตรงจุด
- ดีไซน์การรักษาแบบ Personalized คุณหมอสร้อยจะออกแบบวิธีการยิงพลังงานให้เหมาะสมกับปัญหาเฉพาะบุคคล โดยหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีไขมันจำเป็น ช่วยลดความเสี่ยงเรื่องหน้าตอบ
- จำกัดวันละเพียง 2 เคส เพื่อให้เวลาการทำหัตถการเต็มที่ โดยคุณหมอสร้อยจะใส่ใจทุกรายละเอียด ทุกขั้นตอน
ปรึกษาคุณหมอสร้อย ที่อัฐฐา คลินิก (ATTA Clinic) เพื่อการทำโปรแกรม Ultherapy อย่างแม่นยำ ด้วยอัลตราซาวนด์วินิจฉัยโครงสร้างใบหน้า และออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล





