ฟิลเลอร์อยู่ได้นานหลายปี ฟิลเลอร์เคลื่อนหรือมีปฏิกิริยา ต้องกังวลไหม?

ฟิลเลอร์อยู่ได้นานหลายปี ฟิลเลอร์เคลื่อน หรือมีปฏิกิริยา ต้องกังวลไหม? และบทบาทของอัลตราซาวนด์ในการประเมินฟิลเลอร์

หลายคนอาจเคยได้ยินว่า “ฟิลเลอร์อยู่ได้นานกว่าที่คิด” หรือ “ฟิลเลอร์สามารถเคลื่อนจากตำแหน่งเดิมได้” จึงเริ่มเกิดความกังวลว่า โปรแกรมฟิลเลอร์ที่เคยฉีดไปจะเป็นอันตรายหรือไม่?

อย่างไรก็ดี ความจริง คือ ไม่จำเป็นต้องกังวล หากฉีดแล้วผลลัพธ์ยังสวย ไม่มีอาการบวม ไม่มีก้อน ไม่เจ็บ ไม่มีการอักเสบ หรือความผิดปกติอื่น ๆ การที่สารเติมเต็ม (Filler) ยังคงอยู่ได้นาน จึงไม่ได้แปลว่ามีปัญหา และไม่ได้หมายความว่าต้องสลายออก และในอีกมุมหนึ่งก็คือ หากไม่มีอาการผิดปกติ ฟิลเลอร์อยู่ได้นาน ก็อาจหมายถึงผลลัพธ์ที่อยู่ได้นานเช่นกัน

เพียงแต่หมออยากให้เข้าใจว่า เมื่อเวลาผ่านไป ฟิลเลอร์อาจไม่ได้มีลักษณะและตำแหน่งเหมือนกับวันแรกที่ฉีดทุกประการ และในบางรายอาจเกิดปัญหาขึ้นภายหลังได้ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัว แต่มีรายงานและงานวิจัยทางการแพทย์รองรับ

IMG_3162-2

โปรแกรมฟิลเลอร์สามารถอยู่ได้นานกว่าที่เราคิด

เวลาที่เราได้ยินว่า ฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid Filler หรือ HA Filler) อยู่ได้ประมาณกี่เดือนหรือกี่ปี ไม่ได้หมายความว่า เมื่อถึงระยะเวลาดังกล่าวแล้ว ฟิลเลอร์จะหายไปจากใบหน้าทั้งหมดทันที

โดยมีงานวิจัยที่ใช้ การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Resonance Imaging: MRI) ตรวจผู้ที่เคยฉีดฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิกบริเวณใบหน้าส่วนกลาง พบว่าในบางคนยังสามารถตรวจพบฟิลเลอร์เดิมได้หลายปีหลังการฉีด  

แต่ประเด็นสำคัญคือ การตรวจพบว่าฟิลเลอร์ยังอยู่ในใบหน้า ไม่ได้แปลว่าฟิลเลอร์มีปัญหา ถ้าไม่มีอาการผิดปกติ ผลลัพธ์ยังดี และไม่มีเหตุผลทางการแพทย์ที่จำเป็นต้องแก้ไข ฉะนั้น การตรวจพบว่ามีฟิลเลอร์เดิมเหลืออยู่ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าต้องสลายออก จึงไม่ต้องตกใจเพียงเพราะได้ยินว่า “ฟิลเลอร์อยู่ได้นาน” ถ้าไม่มีปัญหา ก็ใช้ชีวิตตามปกติและสวยต่อได้

ฟิลเลอร์เคลื่อน (Filler Migration) คืออะไร?

พูดง่าย ๆ คือ ฟิลเลอร์มีการเคลื่อน เปลี่ยนตำแหน่ง หรือกระจายตัวแตกต่างจากเดิม ในทางการแพทย์มีคำที่ใช้อธิบายการเปลี่ยนแปลงของตำแหน่งฟิลเลอร์หลายคำ เช่น

  • การเคลื่อนของฟิลเลอร์ (Filler Migration) หมายถึง การพบฟิลเลอร์ในตำแหน่งที่ห่างหรือแตกต่างจากบริเวณที่ฉีดเดิม
  • การเปลี่ยนตำแหน่ง (Displacement) หมายถึง ฟิลเลอร์มีการเปลี่ยนตำแหน่งภายหลังการฉีด
  • การกระจายตัวใหม่ (Redistribution) หมายถึง ลักษณะการกระจายตัวของฟิลเลอร์เปลี่ยนไปจากเดิม

ปรากฏการณ์เหล่านี้มีกลไกที่อาจเกี่ยวข้องได้หลายอย่าง และมีรายงานทางการแพทย์  เช่น มีงานวิจัยที่ใช้ อัลตราซาวนด์ใบหน้า (Facial Ultrasound) ตรวจผู้ป่วย 200 คน รวม 382 บริเวณของโหนกแก้ม พบหลักฐานสนับสนุนว่า หลังฉีดฟิลเลอร์สามารถเกิด การเปลี่ยนตำแหน่งภายหลังการรักษา (Post-treatment Displacement) ได้

ดังนั้น ถ้าวันหนึ่งตรวจพบฟิลเลอร์อยู่ในตำแหน่งที่ต่างจากเดิม จึงไม่ได้แปลว่า “หมอคนเดิมฉีดผิดตำแหน่ง” เพราะภาพที่เราเห็นในวันนี้ ไม่สามารถบอกย้อนหลังได้ทั้งหมด ว่าในวันที่ฉีดเมื่อหลายเดือนหรือหลายปีก่อน ฟิลเลอร์ถูกวางไว้อย่างไร

filler-symmetry-vs-balance-h2-01

ฟิลเลอร์เคลื่อน กับปฏิกิริยาต่อฟิลเลอร์ ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

สองเรื่องนี้ควรแยกออกจากกัน เพราะการเคลื่อนของฟิลเลอร์ (Filler Migration) เป็นเรื่องของตำแหน่ง คือฟิลเลอร์มีการเคลื่อนหรือมีการกระจายตัวเปลี่ยนไปจากเดิม

ส่วน ปฏิกิริยาต่อฟิลเลอร์ (Filler Reaction) เป็นเรื่องของปฏิกิริยาหรือการตอบสนองของร่างกาย โดยบางรายอาจเกิดการอักเสบหรือมีปฏิกิริยาต่อฟิลเลอร์ภายหลังจากที่ฉีด

หนึ่งในภาวะที่มีรายงานทางการแพทย์คือ ปฏิกิริยาการอักเสบที่เกิดขึ้นภายหลัง (Delayed Inflammatory Reaction: DIR) ซึ่งสามารถเกิดขึ้นหลังการฉีดฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิกได้  ซึ่งอาการที่ควรมาพบแพทย์ เช่น บวมผิดปกติ หรือบวมเป็น ๆ หาย ๆ มีก้อนเกิดขึ้นใหม่ แดง ร้อน เจ็บ หรือบริเวณที่เคยฉีดมีการเปลี่ยนแปลงผิดปกติ

อย่างไรก็ตาม มี รายงานว่า ปฏิกิริยาการอักเสบที่เกิดขึ้นภายหลังการฉีดฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิกพบได้ แต่มีอุบัติการณ์ค่อนข้างต่ำ ดังนั้น การรู้ว่าภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นได้ ไม่ได้หมายความว่าคนที่มีฟิลเลอร์ทุกคนต้องกังวลว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเอง

ถ้าฉีดมานานแล้วไม่มีอาการ ต้องไปสลายไหม?

คำตอบคือ ไม่จำเป็น การตรวจพบฟิลเลอร์เดิม ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องสลายฟิลเลอร์ หากผลลัพธ์ยังดี ไม่มีอาการ และไม่มีความผิดปกติที่จำเป็นต้องรักษา ก็ไม่ได้มีเหตุผลที่จะต้องไปค้นหาและสลายฟิลเลอร์เพียงเพราะฟิลเลอร์ “ยังอยู่”

 

หมอจึงไม่อยากให้ข้อมูลเรื่อง การคงอยู่ของฟิลเลอร์เป็นเวลานาน (Filler Longevity หรือ Filler Persistence) หรือ การเคลื่อนของฟิลเลอร์ (Filler Migration) กลายเป็นเรื่องน่ากลัว โดยความรู้เหล่านี้มีไว้เพื่อให้เราเข้าใจสิ่งที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่เพื่อทำให้ทุกคนที่เคยฉีดฟิลเลอร์ต้องกังวล

 

แต่ถ้าวันหนึ่งมีอาการ ควรทำอย่างไร?

หากเริ่มมีอาการผิดปกติหลังฉีด แม้จะผ่านมาหลายเดือนหรือหลายปีแล้ว สิ่งแรกที่หมอแนะนำคือ กลับไปพบแพทย์ผู้ฉีดเดิมก่อน  เพราะแพทย์ผู้ฉีดจะมีข้อมูลสำคัญของการรักษาครั้งนั้นว่า ฉีดอะไร ฉีดตรงไหน ปริมาณเท่าไร ฉีดเมื่อไร และตั้งใจวางฟิลเลอร์ในตำแหน่งใด ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์อย่างมากในการประเมินสิ่งที่เกิดขึ้นภายหลัง

แพทย์ที่มาตรวจภายหลังอาจใช้อัลตราซาวนด์ใบหน้า (Facial Ultrasound) ช่วยประเมินว่า ปัจจุบันตรวจพบฟิลเลอร์บริเวณใด อยู่ในตำแหน่งใด และมีความผิดปกติอื่นร่วมด้วยหรือไม่ แต่แพทย์ที่ไม่ได้เป็นผู้ฉีด ไม่สามารถดูภาพอัลตราซาวนด์ในวันนี้แล้วตอบย้อนหลังได้ทุกครั้ง ว่าเมื่อหลายปีก่อนฟิลเลอร์ถูกฉีดไว้ตรงไหน หรือแพทย์ผู้ฉีดตั้งใจให้กระจายอย่างไร เพราะฉะนั้น ข้อมูลจากแพทย์ผู้ฉีดเดิมจึงมีประโยชน์มากในการวางแผนดูแลต่อ

 

S__2048129

อัลตราซาวนด์ใบหน้า (Facial Ultrasound) ช่วยอะไรได้บ้าง?

อัลตราซาวนด์ใบหน้าเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้แพทย์เห็นข้อมูลใต้ผิวหนัง ที่ไม่สามารถประเมินจากการมองภายนอกเพียงอย่างเดียว ในบางกรณีอาจช่วยประเมิน

  • ตำแหน่งและความลึกของฟิลเลอร์ที่สามารถตรวจเห็นได้
  • ลักษณะการกระจายตัวของสารในเนื้อเยื่อ
  • ความสัมพันธ์กับหลอดเลือดและโครงสร้างสำคัญ
  • ก้อน บวม หรือความผิดปกติบางลักษณะของเนื้อเยื่อ

แต่อัลตราซาวนด์ ไม่ได้ตอบได้ทุกอย่าง แพทย์ยังต้องนำสิ่งที่เห็นจากอัลตราซาวนด์มาประกอบกับ ฃอาการ ประวัติการฉีด การตรวจร่างกาย และข้อมูลจากการรักษาเดิม เพราะเราไม่ได้รักษาเพียงสิ่งที่เห็นในภาพอัลตราซาวนด์ แต่เรารักษาคนไข้

ทุกหัตถการมีความเสี่ยง สิ่งสำคัญคือมีคนดูแลเมื่อเกิดปัญหา

การทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ เช่นเดียวกับหัตถการทางการแพทย์อื่น ๆ มีทั้งประโยชน์และความเสี่ยง ซึ่งการเกิดปัญหาภายหลัง ไม่ได้หมายความว่าแพทย์ทำผิด และการตรวจพบฟิลเลอร์อยู่ในตำแหน่งที่ต่างจากเดิม ก็ไม่ได้เพียงพอที่จะสรุปว่าแพทย์ผู้ฉีดวางฟิลเลอร์ผิดตำแหน่งตั้งแต่แรก ซึ่งสิ่งที่สำคัญกว่าการหาว่า “ใครผิด” คือ ตอนนี้เกิดอะไรขึ้น เคยฉีดอะไร ฉีดตรงไหน และควรดูแลต่ออย่างไรต่อ?

ดังนั้น ก่อนทำหัตถการ นอกจากเลือกแพทย์จากความรู้ เทคนิค และผลลัพธ์แล้ว หมออยากให้เลือก แพทย์และคลินิกที่พร้อมติดตาม ดูแล และไม่ทอดทิ้งเราเมื่อเกิดปัญหา เพราะทุกหัตถการมีความเสี่ยง และการดูแลหลังทำหัตถการ ก็สำคัญไม่แพ้วันที่เราตัดสินใจทำ

 

ขมับตอบเกิดจากอะไร?

เอกสารอ้างอิง (References)

  1. Jordan DR, Stoica B. การเคลื่อนของฟิลเลอร์: กลไกหลายรูปแบบที่ควรพิจารณา (Filler Migration: A Number of Mechanisms to Consider). Ophthalmic Plastic and Reconstructive Surgery. 2015;31(4):257–262.
  2. Schelke L, Lowrey N, Mojallal A, et al. การเปลี่ยนตำแหน่งของฟิลเลอร์เนื้อเยื่ออ่อนบนใบหน้าภายหลังการรักษา: การศึกษาย้อนหลังด้วยอัลตราซาวด์ในบริเวณโหนกแก้ม 382 บริเวณ (Post-Treatment Displacement of Facial Soft Tissue Fillers—A Retrospective Ultrasound-based Investigation of 382 Zygomatic Regions). Dermatologic Surgery. 2024;50(10):946–952.
  3. Master M, Roberts M, Long B, et al. ระยะเวลาการคงอยู่ของฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิกบริเวณใบหน้าส่วนกลาง: การทบทวนการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในผู้ป่วย 33 ราย (Hyaluronic Acid Filler Longevity in the Mid-face: A Review of 33 Magnetic Resonance Imaging Studies). Plastic and Reconstructive Surgery–Global Open. 2024.
  4. Chung KL, Convery C, Ejikeme I, Ghanem AM. การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบเกี่ยวกับปฏิกิริยาการอักเสบที่เกิดขึ้นภายหลังการฉีดฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิก เพื่อประเมินอุบัติการณ์ของปฏิกิริยาภูมิไวเกินชนิดเกิดช้า (A Systematic Review of the Literature of Delayed Inflammatory Reactions After Hyaluronic Acid Filler Injection to Estimate the Incidence of Delayed Type Hypersensitivity Reaction). Aesthetic Surgery Journal. 2020;40(5):NP286–NP300.
  5. Barańska-Rybak W, Lajo-Plaza JV, Walker L, Alizadeh N. ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นภายหลังการฉีดฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิก: ข้อเสนอแนะจากฉันทามติเกี่ยวกับสาเหตุ การป้องกัน และการดูแลรักษา (Late-Onset Reactions after Hyaluronic Acid Dermal Fillers: A Consensus Recommendation on Etiology, Prevention and Management). Dermatology and Therapy. 2024;14(7):1767–1785.

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการตรวจ วินิจฉัย หรือวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลได้

Picture of พญ. อทิตา อินทร์วงศ์

พญ. อทิตา อินทร์วงศ์

พญ. อทิตา อินทร์วงศ์ หรือคุณหมอสร้อย ว.44231 แพทย์เฉพาะทางรังสีวินิจฉัย หัตถการ Ultrasound วินิจฉัยโครงสร้างใบหน้า ออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized treatment) ในโปรแกรมยกกระชับและปรับรูปหน้าโดยไม่ผ่าตัด และเป็นผู้ก่อตั้งอัฐฐา คลินิก (ATTA Clinic) ในปี 2566

บทความที่เกี่ยวข้อง