เจาะลึกขั้นตอนการสลายฟิลเลอร์ ต้องเตรียมตัวอย่างไร สลายหมดในครั้งเดียวจริงไหม?

รวมข้อควรรู้และกระบวนการการสลายฟิลเลอร์ เตรียมตัวอย่างไร ทำครั้งเดียวเห็นผลจริงไหม ?

Table of contents

ฟิลเลอร์ HA ช่วยแก้ปัญหาใบหน้าดูมีอายุ ที่เกิดจาก Volume Loss ได้ดี และยังสลายได้เมื่อจำเป็น แต่การสลายฟิลเลอร์มีขั้นตอนและผลลัพธ์ที่ควรรู้ล่วงหน้า หมอสร้อยจึงได้สรุปงานวิจัยการสลายฟิลเลอร์รอบดวงตา 157 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นชุดข้อมูลการสลายฟิลเลอร์ที่ใหญ่ที่สุดในวารสารการแพทย์ ณ เวลาที่ตีพิมพ์ มาเล่าให้ฟัง

เขียนโดย หมอสร้อย · เรียบเรียงจาก Wilde CL, Jiang K, Lee S, Ezra DG. Plast Reconstr Surg Glob Open 2024;12:e5765 · doi:10.1097/GOX.0000000000005765

“ช่วงนี้มีคนไข้หลายคนมาปรึกษาเรื่องสลายฟิลเลอร์ บางคนกังวลเพราะเห็นในโซเชียลว่า “ฉีดแล้วหน้าพัง” หรือ “สลายแล้วหน้าโทรม” จนกลัวฟิลเลอร์ไปเลย หมอเลยอยากเล่างานวิจัยชิ้นนี้ให้ฟังตรง ๆ

ข้อสรุปของหมอคือ ฟิลเลอร์ HA เป็นเครื่องมือที่ดีในการแก้ปัญหาวอลุ่มที่หายไปตามวัย ส่วนการสลายเป็นกระบวนการที่ต้องวางแผน ไม่ใช่การกดปุ่มย้อนกลับ ถ้าเข้าใจตรงนี้ เราจะใช้ฟิลเลอร์ได้อย่างสบายใจในระยะยาว”

สรุปสั้นใน 1 นาที

59%

สลายครั้งแรกแล้วได้ผลดี ไม่มีฟิลเลอร์เหลือและไม่มีผลข้างเคียง

24%

ยังมีฟิลเลอร์เหลือ ต้องสลายเพิ่ม ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ ไม่ใช่ความล้มเหลว

18%

รู้สึกว่าหน้าดูแย่ลงกว่าก่อนสลาย เช่น ใต้ตาตอบ ผิวหย่อน หรือคล้ำ ผู้วิจัยเรียกภาวะนี้ว่า “Posthyaluronidase Syndrome”

2 ปัจจัย

ความเสี่ยงนี้สัมพันธ์กับปริมาณฟิลเลอร์และระยะเวลาที่ฟิลเลอร์อยู่ในหน้า ไม่พบความสัมพันธ์กับความเข้มข้นหรือปริมาณยาสลายที่ใช้

ฟิลเลอร์แก้ความแก่จาก Volume Loss ได้จริง

ความแก่ไม่ได้มีแค่ริ้วรอยบนผิว เมื่ออายุมากขึ้น ไขมันและเนื้อเยื่อใต้ผิวจะค่อย ๆ ลดลงและเคลื่อนต่ำลง ใต้ตาจึงดูลึกเป็นร่อง แก้มแบน ขมับตอบ ทำให้หน้าดูเหนื่อยและดูมีอายุ ปัญหาแบบนี้เรียกว่า volume loss ซึ่งครีมหรือเลเซอร์อาจไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างครอบคลุม 

ฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิกแอซิด (HA) จึงถูกใช้อย่างแพร่หลายในการเติมร่องใต้ตา พรางถุงไขมันใต้ตา และเติมวอลุ่มแก้ม ขมับ และคิ้ว โดยจุดเด่นที่ทำให้หมอเลือกใช้ HA มีดังนี้

  • ได้ผล โดยไม่ต้องผ่าตัด ฉีดเสร็จเห็นความเปลี่ยนแปลง พักฟื้นน้อย
  • เป็นสารที่ร่างกายมีอยู่แล้ว HA พบตามธรรมชาติในผิวของเรา
  • แก้ไขได้ ถ้าไม่พอใจหรือมีปัญหา ยังสลายด้วยยาไฮยาลูโรนิเดสได้ ซึ่งเป็นข้อดีที่ฟิลเลอร์ชนิดถาวรไม่มี

ข้อสุดท้ายนี่เองที่ทำให้หลายคนคิดว่า “ไม่ชอบก็สลายทิ้งได้ ง่าย ๆ” ซึ่งจริงเพียงครึ่งเดียว งานวิจัยที่หมอจะเล่าต่อไปนี้ช่วยให้เราเห็นอีกครึ่งหนึ่ง

ยาสลายฟิลเลอร์คืออะไร และทำไมต้องสลาย

เมื่อการฉีดฟิลเลอร์แพร่หลายขึ้น ภาวะแทรกซ้อนก็พบมากขึ้นตามไปด้วยบริเวณรอบดวงตามีผิวและเนื้อเยื่อบาง ปัญหาเล็กน้อยจึงเห็นได้ชัดกว่าตำแหน่งอื่น

ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) คือเอนไซม์ที่ย่อยสลาย HA แพทย์ใช้เพื่อสลายฟิลเลอร์เมื่อเกิดปัญหา หรือสลายก่อนผ่าตัดถุงใต้ตา (blepharoplasty) เพราะฟิลเลอร์ที่ค้างอยู่ทำให้วางแผนผ่าตัดได้ยาก ปัจจุบันยังไม่มีโปรโตคอลมาตรฐานว่าควรใช้ความเข้มข้นหรือปริมาณเท่าใด งานวิจัยนี้จึงตั้งใจหาคำตอบเรื่องขนาดยา และหาปัจจัยที่ทำนายผลลัพธ์ที่ไม่ดี

งานวิจัยนี้ศึกษาใครบ้าง

ทีมจักษุศัลยแพทย์ตกแต่งจาก Moorfields Eye Hospital กรุงลอนดอน ทบทวนเวชระเบียนย้อนหลังของผู้ป่วยที่สลายฟิลเลอร์โดยแพทย์คนเดียวกัน ระหว่างมกราคม 2016 ถึงกรกฎาคม 2020

  • ผู้ป่วย 90 คน รวม 157 ตำแหน่งรอบดวงตา (นับข้างซ้ายและขวาแยกกัน)
  • อายุเฉลี่ย 46 ปี (22–79 ปี) เป็นผู้หญิง 90%
  • ฟิลเลอร์ส่วนใหญ่อยู่ที่ร่องใต้ตา 86% (ใต้ตาอย่างเดียว 62% ใต้ตาร่วมกับแก้ม 24%)
  • ฟิลเลอร์อยู่ในหน้าเฉลี่ย 30 เดือน (นานสุด 156 เดือน หรือ 13 ปี)
  • ปริมาณฟิลเลอร์เฉลี่ย 2.1 มล. ต่อบริเวณ (ทราบปริมาณเพียง 45% ของผู้ป่วย)
filler-dissolve-01-reasons
ภาพที่ 1 · เหตุผลหลักที่มาสลายฟิลเลอร์ (157 ตำแหน่ง)

อาการบวมพบมากที่สุด ผู้ป่วยทุกรายในกลุ่มนี้บอกว่าบวมมากน้อยไม่เท่ากันในแต่ละวัน และเป็นมากตอนเช้า ซึ่งเป็นลักษณะของการบวมน้ำ เพราะฟิลเลอร์ HA ดูดซับน้ำ 

ผลลัพธ์หลังสลายครั้งแรก

ผู้วิจัยแบ่งผลลัพธ์เป็น 3 กลุ่ม โดยใช้ความรู้สึกของผู้ป่วยประกอบกับการประเมินของจักษุศัลยแพทย์ตกแต่ง และเทียบภาพถ่ายก่อนและหลังรักษา

filler-dissolve-02-outcomes
ภาพที่ 2 · ผลลัพธ์หลังฉีดยาสลายครั้งแรก

Posthyaluronidase Syndrome คืออะไร

งานวิจัยนี้เป็นครั้งแรกที่ให้นิยามภาวะนี้อย่างเป็นทางการ หมายถึงการเปลี่ยนแปลงของใบหน้าหลังสลายฟิลเลอร์ ที่ดูแย่กว่าก่อนสลาย อย่างน้อยหนึ่งข้อต่อไปนี้

  • เนื้อเยื่อตอบ / ยุบ เช่น ใต้ตาลึก แก้มตอบ
  • ผิวสูญเสียความยืดหยุ่น ดูหย่อนคล้อย มีริ้วรอยมากขึ้น
  • สีผิวเปลี่ยน เช่น ใต้ตาคล้ำขึ้น

ใช้ยาสลายมากหรือน้อย ไม่ได้เปลี่ยนผลลัพธ์

หลายคนกังวลว่า “ยาสลายแรงไปจะทำให้หน้าพัง” งานวิจัยนี้ไม่พบหลักฐานสนับสนุนความเชื่อนั้น ความเข้มข้นที่ใช้บ่อยคือ 150 ยูนิต/มล. (66%) และ 75 ยูนิต/มล. (31%) เมื่อเทียบสองกลุ่มนี้ ผลลัพธ์ไม่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P = 0.625) และอัตราการเกิด Posthyaluronidase Syndrome ก็ใกล้เคียงกันมาก คือ 19% เทียบกับ 18% (P > 0.999)

filler-dissolve-03-concentration
ภาพที่ 3 · ผลลัพธ์ตามความเข้มข้นของยาสลาย

ปริมาณยารวมก็เช่นกัน ผู้ป่วยได้ยาเฉลี่ยราว 400 ยูนิต (19–900 ยูนิต) และไม่พบความแตกต่างของปริมาณยาระหว่างกลุ่มผลลัพธ์ทั้งสาม (ได้ผลดี 389, ต้องสลายเพิ่ม 382, มีผลข้างเคียง 423 ยูนิต; P = 0.161) มีข้อสังเกตว่าเมื่อไม่ทราบปริมาณฟิลเลอร์เดิม แพทย์จะใช้ยามากขึ้น (เฉลี่ย 444 เทียบกับ 368 ยูนิต) เพื่อให้มั่นใจว่าสลายได้หมด

ปัจจัยที่สัมพันธ์กับความเสี่ยง: ฉีดมานานแค่ไหน และฉีดไปมากแค่ไหน

เมื่อวิเคราะห์ปัจจัยต่าง ๆ ได้แก่ อายุ ยี่ห้อฟิลเลอร์ ตำแหน่ง ชนิดของปัญหา ระยะเวลา และปริมาณฟิลเลอร์ พบเพียง 2 ปัจจัยที่สัมพันธ์กับ Posthyaluronidase Syndrome อย่างมีนัยสำคัญ

filler-dissolve-04-risk-factors
ภาพที่ 4 · ค่าเฉลี่ยของผู้ที่เกิด และไม่เกิด Posthyaluronidase Syndrome

ตัวเลขนี้ไม่ได้บอกว่าฟิลเลอร์อันตราย แต่บอกว่า ปริมาณและระยะเวลาสำคัญ คนที่ฉีดสะสมมากหรือมีฟิลเลอร์อยู่ในหน้าหลายปี มีโอกาสที่หน้าจะดูตอบหรือหย่อนหลังสลายมากกว่า ส่วนคนที่ฉีดในปริมาณพอดีและไม่ได้สะสมนาน โอกาสเกิดผลข้างเคียงจากการสลายก็ต่ำกว่า ข้อมูลนี้จึงใช้ได้ทั้งตอนวางแผนฉีดและตอนวางแผนสลาย

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น

งานวิจัยนี้แสดงความสัมพันธ์ แต่ยังไม่ได้พิสูจน์สาเหตุ ผู้วิจัยเสนอคำอธิบายที่เป็นไปได้ 3 ข้อ

filler-dissolve-05-skin-expander
ภาพที่ 5 · แนวคิด “ฟิลเลอร์เป็นตัวขยายผิว”

1. ฟิลเลอร์ทำหน้าที่เหมือน “ตัวขยายผิว”

ในงานศัลยกรรมเสริมสร้าง มีการใช้ฟิลเลอร์ยืดผิวโดยตั้งใจ  เมื่อฟิลเลอร์อยู่ใต้ผิวนาน ผิวก็ถูกยืดออก เมื่อสลายฟิลเลอร์ออก ผิวส่วนที่ยืดไว้จึงดูหย่อนและขาดความยืดหยุ่น

2. ใบหน้าแก่ตัวไปตามเวลา ระหว่างที่ฟิลเลอร์ยังอยู่

ถ้าฟิลเลอร์อยู่ในหน้า 5 ปี ใบหน้าก็เปลี่ยนไปตามวัย 5 ปีเช่นกัน แต่ฟิลเลอร์บังการเปลี่ยนแปลงนั้นไว้ เมื่อสลายออก จึงเห็นใบหน้าตามวัยจริงพร้อมกันในครั้งเดียว งานวิจัยนี้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อแยกผลของปัจจัยนี้

3. ยาสลายอาจมีผลต่อ HA ตามธรรมชาติในผิว

ร่างกายมี HA อยู่ในผิวตามธรรมชาติ ยาสลายอาจมีผลต่อส่วนนี้ด้วย ผู้วิจัยระบุว่าต้องศึกษาต่อว่าปัจจัยใดมีผลจริงทางคลินิก

ฟิลเลอร์อยู่ได้นานกว่าที่หลายคนคิด

มีหลักฐานเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ว่าฟิลเลอร์ HA ค้างอยู่ในเนื้อเยื่อได้หลายปี การศึกษาด้วย MRI พบฟิลเลอร์ HA ยังอยู่ได้นานถึง 12 ปีในผู้ป่วยบางราย ขึ้นกับตำแหน่งและผลิตภัณฑ์ ในงานวิจัยนี้มีผู้ป่วยชายรายหนึ่งมาด้วยอาการโหนกแก้มบวมจากฟิลเลอร์ใต้ตาและแก้มที่ฉีดไว้ตั้งแต่ 13 ปีก่อน

คำว่า “ฟิลเลอร์สลายเองใน 6–12 เดือน” จึงอาจไม่เป็นจริงเสมอไป หลายคนมีฟิลเลอร์สะสมจากการฉีดหลายครั้งโดยไม่รู้ตัว ข้อมูลนี้สำคัญต่อการประเมินความเสี่ยงก่อนสลาย

S__2048129
ภาพที่ 5 · แนวคิด “ฟิลเลอร์เป็นตัวขยายผิว”

สิ่งที่ควรเตรียมและควรรู้ก่อนสลายฟิลเลอร์

  • เล่าประวัติการฉีดให้ละเอียดที่สุด ฉีดที่ไหน กี่ครั้ง ครั้งแรกเมื่อไร ยี่ห้ออะไร ครั้งละกี่ซีซี ข้อมูลระยะเวลาและปริมาณคือสองปัจจัยที่สัมพันธ์กับความเสี่ยงโดยตรง ถ้ามีใบเสร็จหรือสติกเกอร์ผลิตภัณฑ์ ให้นำมาด้วย
  • ถ่ายภาพก่อนรักษา เพื่อใช้เปรียบเทียบผลลัพธ์อย่างเป็นธรรม ภาพถ่ายก่อนฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรก (ถ้ามี) ช่วยให้เห็นใบหน้าเดิมของคุณ
  • การตรวจอัลตราซาวด์หรือ MRI เพื่อดูตำแหน่งและขอบเขตของฟิลเลอร์ ทำให้ฉีดยาสลายได้ตรงจุดมากขึ้น
  • การสลายเป็นกระบวนการ ไม่ใช่การฉีดครั้งเดียวจบ ประมาณ 1 ใน 4 ต้องสลายเพิ่ม ซึ่งผู้วิจัยระบุว่าไม่ควรมองเป็นความล้มเหลวของการรักษา
  • ตั้งความคาดหวังตามจริง หลังสลาย ใบหน้าอาจไม่กลับไปเหมือนก่อนฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรก โดยเฉพาะผู้ที่ฉีดมานานหรือปริมาณมาก ควรพูดคุยกับแพทย์ถึงทางเลือกหลังสลายด้วย
  • ซักถามและเซ็นยินยอมหลังเข้าใจความเสี่ยงแล้วเท่านั้น ผู้วิจัยแนะนำว่าผู้ป่วยทุกรายควรได้รับข้อมูลเรื่องผลข้างเคียงหลังสลาย

ฉีดฟิลเลอร์อย่างไรให้สบายใจในระยะยาว

งานวิจัยนี้ไม่ได้ศึกษาวิธีฉีดโดยตรง แต่เมื่อรู้ว่าปริมาณและระยะเวลาเป็นปัจจัยสำคัญ หมอจึงใช้หลักเหล่านี้กับคนไข้

  • เติมเท่าที่วอลุ่มหายไป ไม่เติมเกิน เป้าหมายคือให้หน้ากลับมาสดชื่นตามธรรมชาติ ไม่ใช่เปลี่ยนรูปหน้า โดยเฉพาะใต้ตาซึ่งผิวบาง ใช้ปริมาณน้อยก็เห็นผล
  • ประเมินก่อนเติมซ้ำทุกครั้ง ฟิลเลอร์อาจยังอยู่นานกว่าที่คิด การเติมทับตามรอบเวลาโดยไม่ประเมินทำให้ฟิลเลอร์สะสมโดยไม่รู้ตัว
  • เก็บประวัติการฉีดของตัวเอง วันที่ ตำแหน่ง ยี่ห้อ และปริมาณ ในงานวิจัยนี้ แพทย์ทราบปริมาณฟิลเลอร์เดิมของคนไข้ไม่ถึงครึ่ง และเมื่อไม่ทราบ ต้องใช้ยาสลายมากขึ้น
  • บวมตอนเช้าหรือเป็นก้อน ให้รีบกลับมาปรึกษา อาการบวมเป็นเหตุผลที่มาสลายบ่อยที่สุด การแก้ไขตั้งแต่ฟิลเลอร์ยังไม่สะสมนานดีกว่าปล่อยไว้หลายปี

ข้อจำกัดของงานวิจัยนี้

เพื่อให้คุณอ่านตัวเลขข้างต้นได้อย่างถูกต้อง ควรทราบข้อจำกัดเหล่านี้ด้วย

  • เป็นการทบทวนเวชระเบียนย้อนหลัง จากแพทย์คนเดียว ในคลินิกเฉพาะทางระดับตติยภูมิ ผู้ป่วยหลายรายถูกส่งตัวมาเพราะมีปัญหาซับซ้อน ตัวเลข 18% จึงอาจสูงกว่าที่พบในกลุ่มผู้ป่วยทั่วไป
  • นิยามของ Posthyaluronidase Syndrome อาศัยความรู้สึกของผู้ป่วยร่วมกับภาพถ่าย ยังไม่มีการวัดปริมาตรเชิงวัตถุ
  • ทราบปริมาณฟิลเลอร์เดิมเพียง 45% และ 35% ไม่ทราบยี่ห้อ
  • ไม่ได้ควบคุมผลของอายุที่เพิ่มขึ้นระหว่างที่ฟิลเลอร์อยู่ในหน้า
  • ไม่มีโปรโตคอลขนาดยามาตรฐาน และกลุ่มความเข้มข้นต่ำ (37.5 ยูนิต/มล.) มีผู้ป่วยน้อยเกินไปที่จะสรุปได้ ผู้วิจัยจึงยังสรุปขนาดยาที่ดีที่สุดไม่ได้

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการสลายฟิลเลอร์

ถ้าปัญหาของคุณคือวอลุ่มที่หายไปตามวัย ฟิลเลอร์ HA ยังเป็นทางเลือกที่ดี งานวิจัยนี้ไม่ได้บอกว่าฟิลเลอร์ไม่ปลอดภัย แต่บอกว่าการฉีดสะสมปริมาณมากเป็นเวลานานสัมพันธ์กับผลที่ไม่ดีหลังสลาย การฉีดอย่างพอดีและประเมินเป็นระยะจึงเป็นหัวใจสำคัญ

งานวิจัยนี้ไม่พบว่าความเข้มข้นหรือปริมาณยาสลายสัมพันธ์กับการเกิดหน้าตอบหลังสลาย สิ่งที่สัมพันธ์คือปริมาณฟิลเลอร์เดิมและระยะเวลาที่ฟิลเลอร์อยู่ในหน้า อย่างไรก็ตาม ผู้วิจัยไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ที่ยาจะมีผลต่อ HA ตามธรรมชาติของผิว และระบุว่าต้องศึกษาเพิ่ม

ในงานวิจัยนี้ กลุ่ม 75 และ 150 ยูนิต/มล. มีอัตราการเกิดผลข้างเคียงใกล้เคียงกัน (19% และ 18%) ส่วนกลุ่มที่ใช้ความเข้มข้นต่ำมากทุกรายต้องสลายซ้ำ ผู้วิจัยยังไม่ทราบว่าการแบ่งฉีดหลายครั้งด้วยขนาดน้อยมีผลต่อความเสี่ยงโดยรวมอย่างไร แพทย์จะประเมินขนาดยาเป็นรายบุคคลตามปริมาณ ตำแหน่ง และชนิดของฟิลเลอร์

ในงานวิจัยนี้ ประมาณ 6 ใน 10 ได้ผลดีตั้งแต่ครั้งแรก และประมาณ 1 ใน 4 ต้องสลายเพิ่ม ความจำเป็นขึ้นอยู่กับปริมาณและการกระจายตัวของฟิลเลอร์เดิม

ไม่ได้หมายความว่าห้ามสลาย การสลายยังจำเป็นในหลายกรณี เช่น บวมเรื้อรัง เป็นก้อน ติดเชื้อ หรือก่อนผ่าตัด งานวิจัยนี้ชี้ว่าคุณควรได้รับข้อมูลว่าความเสี่ยงของคุณอาจสูงกว่าคนทั่วไป เพื่อตัดสินใจร่วมกับแพทย์ได้อย่างรอบด้าน

 

ส่งท้ายจากหมอสร้อย

ฟิลเลอร์ไม่ใช่ผู้ร้าย และการสลายก็ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ทั้งสองอย่างเป็นเครื่องมือที่ได้ผลเมื่อใช้ถูกวิธี สิ่งที่หมออยากให้ทุกคนรู้ก่อนสลายคือ ผลลัพธ์อาจต้องใช้มากกว่าหนึ่งครั้ง และหน้าหลังสลายอาจไม่เหมือนหน้าก่อนฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรก โดยเฉพาะถ้าฉีดสะสมมานาน

ถ้ากำลังลังเลว่าจะฉีดหรือจะสลาย นำประวัติการฉีดมาคุยกับหมอได้ หมอจะประเมินและวางแผนให้เหมาะกับหน้าของคุณ

เอกสารอ้างอิง

งานวิจัยหลัก: Wilde CL, Jiang K, Lee S, Ezra DG. The Posthyaluronidase Syndrome: Dosing Strategies for Hyaluronidase in the Dissolving of Facial Filler and Independent Predictors of Poor Outcomes. Plast Reconstr Surg Glob Open. 2024;12(4):e5765. doi:10.1097/GOX.0000000000005765

เอกสารที่งานวิจัยหลักอ้างถึง และถูกกล่าวถึงในบทความนี้ (หมายเลขตามต้นฉบับ)

[1] Lee S, Yen MT. Nonsurgical rejuvenation of the eyelids with hyaluronic acid gel injections. Semin Plast Surg. 2017;31:17–21.

[2] Mustak H, Fiaschetti D, Goldberg RA. Filling the periorbital hollows with hyaluronic acid gel: long-term review of outcomes and complications. J Cosmet Dermatol. 2018;17:611–616.

[5] Ibrahim O, Overman J, Arndt KA, et al. Filler nodules: inflammatory or infectious? A review of biofilms and their implications on clinical practice. Dermatol Surg. 2017;44:53–60.

[6] Chiang YZ, Pierone G, Al-Niaimi F. Dermal fillers: pathophysiology, prevention and treatment of complications. J Eur Acad Dermatol Venereol. 2017;31:405–413.

[7] Urdiales-Gálvez F, Delgado NE, Figueiredo V, et al. Treatment of soft tissue filler complications: expert consensus recommendations. Aesthetic Plast Surg. 2018;42:498–510.

[8] Murthy R, Roos JCP, Goldberg RA. Periocular hyaluronic acid fillers: applications, implications, complications. Curr Opin Ophthalmol. 2019;30:395–400.

[10] Zoumalan CI. Managing periocular filler-related syndrome prior to lower blepharoplasty. Aesthetic Plast Surg. 2019;43:115–122.

[12] Chang JR, Baharestani S, Salek SS, et al. Delayed superficial migration of retained hyaluronic acid years following periocular injection. Ophthal Plast Reconstr Surg. 2017;33:S116–S118.

[13] Kopp S, Lawrence N, Donofrio L, et al. Delayed migration of hyaluronic acid fillers: a new complication? Dermatol Surg. 2014;40:85–87.

[14] Nathoo NA, Rasmussen S, Dolman PJ, et al. Periocular mass lesions secondary to dermatologic fillers: report of 3 cases. Can J Ophthalmol. 2014;49:468–472.

[15] Master M. Hyaluronic acid filler longevity and localization: magnetic resonance imaging evidence. Plast Reconstr Surg. 2021;147:50e–53e.

[16] Inbal A, Lemelman BT, Millet E, et al. Tissue expansion using hyaluronic acid filler for single-stage ear reconstruction: a novel concept for difficult areas. Aesthet Surg J. 2017;37:1085–1097.

[17] Fezza JP. Nonsurgical treatment of cicatricial ectropion with hyaluronic acid filler. Plast Reconstr Surg. 2008;121:1009–1014.

บทความนี้เขียนโดยหมอสร้อย เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปจากงานวิจัยที่ตีพิมพ์แล้ว ส่วนที่เป็นความเห็นและแนวทางของหมอสร้อยแยกไว้จากผลการวิจัยอย่างชัดเจน ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล การตัดสินใจรักษาควรทำร่วมกับแพทย์หลังได้รับการตรวจประเมิน แผนภูมิทั้งหมดวาดขึ้นใหม่จากตัวเลขที่รายงานในงานวิจัย ภาพที่ 5 เป็นภาพเชิงแนวคิด บทความนี้ไม่ได้นำภาพถ่ายผู้ป่วยจากต้นฉบับมาเผยแพร่ซ้ำ ต้นฉบับเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต CC BY-NC-ND 4.0 · © 2024 The Authors, Wolters Kluwer Health on behalf of the American Society of Plastic Surgeons

Picture of พญ. อทิตา อินทร์วงศ์

พญ. อทิตา อินทร์วงศ์

พญ. อทิตา อินทร์วงศ์ หรือคุณหมอสร้อย ว.44231 แพทย์เฉพาะทางรังสีวินิจฉัย หัตถการ Ultrasound วินิจฉัยโครงสร้างใบหน้า ออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized treatment) ในโปรแกรมยกกระชับและปรับรูปหน้าโดยไม่ผ่าตัด และเป็นผู้ก่อตั้งอัฐฐา คลินิก (ATTA Clinic) ในปี 2566

บทความที่เกี่ยวข้อง