เปิดเหตุผลทำไมอัฐฐา คลินิก จึงเลือกใช้อัลตราซาวนด์ความถี่สูงในการสแกนโครงสร้างใบหน้า
ในยุคที่เทคโนโลยีความงามก้าวหน้าไปไกล การใช้อัลตราซาวนด์ใบหน้า (Facial Ultrasound) ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญ ที่เข้ามาช่วยเสริมวิธีการรักษาและหัตถการความงาม เช่น หัตถการยกกระชับและปรับรูปหน้าโดยไม่ผ่าตัด โดยเฉพาะโปรแกรมฟิลเลอร์ ซึ่งการใช้อัลตราซาวนด์เพื่อวิเคราะห์ภาพโครงสร้างใบหน้า จะช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยออกแบบการรักษาและทำการรักษาได้ตรงจุดมากขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัยและมอบผลลัพธ์ความงามที่แลดูธรรมชาติ
อัลตราซาวนด์ความถี่สูง ที่ อัฐฐา คลินิก (ATTA Clinic)
สำหรับอัฐฐา คลินิก (ATTA Clinic) ใช้เครื่องอัลตราซาวนด์ความถี่สูง (26 MHz) รุ่นเดียวกับที่โรงพยาบาลใช้ ซึ่งเป็นระดับความละเอียดที่สูงเหมาะสำหรับการประเมินโครงสร้างใบหน้าโดยเฉพาะ ช่วยให้เห็นรายละเอียดต่าง ๆ ได้ชัดเจน ทั้งเส้นเลือด และสารต่าง ๆ ที่เคยฉีดมาได้อย่างละเอียด โดยการมองเห็นข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แพทย์มีข้อมูลประกอบการวิเคราะห์และวางแผนการรักษาได้อย่างละเอียดมากขึ้น
ดูแลโดยคุณหมอสร้อย แพทย์เฉพาะทางรังสีวินิจฉัย
นอกจากนี้ การตรวจ การแปลผลภาพอัลตราซาวนด์ และทำหัตถการทั้งหมดดำเนินการโดย พญ.อทิตา อินทร์วงศ์ (หมอสร้อย) ซึ่งเป็นแพทย์เฉพาะทางรังสีวินิจฉัย ที่ทำงานด้านอัลตราซาวด์โดยตรง ร่วมกับประสบการณ์ในหัตถการความงาม ซึ่งคุณหมอสร้อยได้นำเทคนิคอัลตราซาวนด์ใบหน้า (Facial Ultrasound) มาใช้ในหัตถการความงาม เพื่อให้การรักษาแม่นยำตามโครงสร้างใบหน้าเฉพาะบุคคล มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566
ทำไมความเชี่ยวชาญของแพทย์จึงสำคัญ
ทั้งนี้ สิ่งที่สำคัญคือ การตรวจอัลตราซาวนด์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเครื่องเพียงอย่างเดียว เพราะไม่ใช่เครื่องอัตโนมัติ แม้เทคโนโลยี AI จะช่วยให้ภาพอัลตราซาวนด์มีความคมชัดมากขึ้น เปรียบได้กับการช่วยปรับคุณภาพภาพถ่ายจากกล้องสมาร์ตโฟน แต่ไม่ได้ทำหน้าที่วินิจฉัยหรือแปลผลแทนแพทย์ ดังนั้น การทำอัลตราซาวด์ให้ได้ภาพที่แม่นยำ เพื่อวินิจฉัยได้ถูกต้อง ขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของแพทย์ผู้ตรวจเป็นสำคัญ
อัลตราซาวนด์ช่วยเพิ่มข้อมูล แต่การรักษาที่ดีต้องอาศัยมากกว่านั้น
อัลตราซาวนด์จึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มข้อมูลสำคัญในการประเมินและวางแผนการรักษา แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือความรู้ด้านกายวิภาค ทักษะในการทำหัตถการ และความสามารถในการตรวจรวมถึงแปลผลอัลตราซาวนด์ของแพทย์ เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคลมากที่สุด