ปัญหาตาลึก ตาโหล อาจเกิดจากเซรั่มเพิ่มความยาวขนตา ?

ตาลึก ตาโหล? ลองเช็กเซรั่มขนตาที่ใช้อยู่!

หลายคนเลือกใช้เซรั่มบำรุงขนตาเพื่อช่วยให้ขนตาดูยาวและหนาขึ้น อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมา มีงานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างส่วนผสมบางชนิดในเซรั่มบำรุงขนตากับการเปลี่ยนแปลงบริเวณรอบดวงตา ที่ทำให้เกิดปัญหาใต้ตาลึกหรือตาโหล ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดที่ทำให้ใบหน้าดูมีอายุได้

ในช่วงที่ผ่านมา มีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Aesthetic Surgery Journal หัวข้อ เซรั่มเพิ่มความยาวขนตาที่มีส่วนผสมของสารกลุ่ม Prostaglandin analogue ทำให้ไขมันและวอลุ่มรอบดวงตาลดลงหรือไม่?  ซึ่งศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่มดังกล่าวกับการเปลี่ยนแปลงบริเวณรอบดวงตา

ภาวะ PAPO คืออะไร?

จากงานวิจัยดังกล่าว มีการกล่าวถึงภาวะ PAPO (Prostaglandin-Associated Periorbital Orbitopathy) ซึ่งเป็นภาวะที่เกี่ยวข้องกับการใช้สารในกลุ่ม Prostaglandin Analogue (PGA) โดยมีข้อสังเกตว่า สาร Bimatoprost และสารในกลุ่ม Prostaglandin Analogue (PGA) ซึ่งอาจพบในเซรั่มที่ช่วยให้ขนตายาวบางชนิด อาจทำให้ไขมันบริเวณรอบดวงตาลดลง

อาการที่อาจพบ

  • เปลือกตาบนบุ๋ม / ตาโหล
  • ร่องเปลือกตาบนลึกขึ้น
  • รอบดวงตาตอบ ทำให้ดูโทรม มีอายุ
เซรั่มเพิ่มความยาวขนตาที่มีส่วนผสมของสารกลุ่ม Prostaglandin analogue ทำให้ไขมันและวอลุ่มรอบดวงตาลดลงหรือไม่?

สรุปงานวิจัยเซรั่มบำรุงขนตา

งานวิจัยดังกล่าวศึกษาโดยนำภาพ Before-After จากเว็บไซต์เซรั่มบำรุงขนตามาเปรียบเทียบ ระหว่างกลุ่มที่ใช้เซรั่มขนตาที่มีสาร Prostaglandin Analogue (PGA) กลุ่มที่ใช้เซรั่มขนตาที่ไม่มีสารPGA และกลุ่มที่ใช้ขนตาปลอม

การประเมินทำโดยผู้ประเมิน 5 คน ประกอบด้วยศัลยแพทย์ตกแต่งรอบดวงตา 3 คน และบุคคลทั่วไป 2 คน โดยใช้ระบบให้คะแนนการสูญเสียไขมันรอบดวงตา ซึ่งมีคะแนนเต็ม 19 คะแนน

ผลการประเมินพบว่า กลุ่มที่ใช้เซรั่มขนตาที่มีสาร PGA มีคะแนนการสูญเสียไขมันรอบดวงตาสูงกว่ากลุ่มอื่นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีคะแนนเฉลี่ย 8.2 คะแนน จากคะแนนเต็ม 19 คะแนน ขณะที่กลุ่มที่ใช้เซรั่มขนตาที่ไม่มีสาร PGA มีคะแนนเฉลี่ย 2.3 คะแนน และกลุ่มที่ใช้ขนตาปลอมมีคะแนนเฉลี่ย 3.2 คะแนน

ในงานวิจัยยังยกตัวอย่างผู้หญิงอายุ 35 ปี รายหนึ่ง ที่ใช้เซรั่มบำรุงขนตาในกลุ่ม PGA เป็นเวลา 10 เดือน หลังใช้พบว่ามีปัญหาตาโหล รอบดวงตาดูตอบลง ผิวบางลง ริ้วรอยเพิ่มขึ้น และสีผิวรอบดวงตาคล้ำขึ้น ซึ่งหลังหยุดใช้ผลิตภัณฑ์เป็นเวลา 6 เดือน อาการต่าง ๆ ดีขึ้นประมาณ 90–95%

ทั้งนี้ งานวิจัยพบว่า ในบางรายอาการอาจค่อย ๆ ดีขึ้นหลังหยุดใช้ผลิตภัณฑ์ แต่ในบางรายอาจยังคงมีอาการตาโหลหรือการเปลี่ยนแปลงบริเวณรอบดวงตาหลงเหลืออยู่ แม้จะหยุดใช้ผลิตภัณฑ์แล้วก็ตาม

เช็กส่วนผสมก่อนใช้

เซรั่มบำรุงขนตาบางชนิดที่วางขายทั่วไป อาจมีสาร Prostaglandin analogue ผสมอยู่ จึงควรตรวจสอบข้อมูลส่วนผสมอย่างละเอียด โดยเฉพาะหากพบสารเหล่านี้ เช่น

  • Dechloro-dihydroxy-difluoro-ethylcloprostenolamide
  • Norbimatoprost
  • Isopropyl cloprostenate
  • Methylamido-dihydro-noralfaprostal

รักษาใต้ตาลึก ตาโหล ควรเริ่มต้นจากการวินิจฉัยที่แม่นยำ

การรักษาปัญหาใต้ตาลึก ตาโหล จึงควรเริ่มต้นจากการวินิจฉัยสาเหตุของปัญหาอย่างละเอียด เพื่อให้สามารถออกแบบการรักษาได้อย่างตรงจุดและเหมาะสมกับแต่ละบุคคล

ปรึกษาคุณหมอสร้อย เพื่อประเมินและรักษาปัญหาใต้ตาอย่างแม่นยำ ด้วยเทคนิคอัลตราซาวนด์นำทางการรักษา (Ultrasound-Guided) ที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการประเมินและวางแผนการรักษาตามใบหน้าเฉพาะบุคคล ที่ อัฐฐา คลินิก (ATTA Clinic)

ปรึกษาคุณหมอสร้อย เพื่อประเมินและรักษาปัญหาใต้ตาอย่างแม่นยำ
Picture of ATTA Clinic's Content Team

ATTA Clinic's Content Team

ATTA Clinic's content team นักเขียนที่หลงใหลในศาสตร์ความงาม ผู้ซึ่งเชื่อว่าทุกใบหน้าล้วนมีเอกลักษณ์ มุ่งมั่นสร้างสรรค์บทความความงาม ที่ถูกต้อง เข้าใจง่าย และทันสมัย โดยทำงานใกล้ชิดกับคุณหมอและผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม เพื่อให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่น่าเชื่อถือ

บทความที่เกี่ยวข้อง