ตัดสินใจไม่ถูก? เจาะลึกความต่างการกำจัดขนด้วยเลเซอร์กับการถอนและแว็กซ์ แบบไหนดีกว่ากัน? พร้อมสรุปข้อดี-ข้อเสียที่คนอยากผิวเนียนต้องรู้ อ่านเลย!
ปัญหาขนตามร่างกายเป็นหนึ่งในเรื่องกวนใจ ที่ส่งผลต่อความมั่นใจของใครหลายคน ไม่ว่าจะเป็นขนรักแร้ ขนแขน ขนขา หรือขนบริเวณบิกินีไลน์ เพราะนอกจากจะทำให้ผิวดูไม่เรียบเนียนแล้ว ยังอาจสร้างปัญหากลิ่นอับได้อีกด้วย
โดยปัจจุบันมีวิธีกำจัดขนให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่วิธีดั้งเดิมอย่างการถอนและแว็กซ์ ไปจนถึงการเลเซอร์กำจัดขน ซึ่งแต่ละวิธีก็มีข้อดีและข้อจำกัดแตกต่างกัน หลายคนจึงเกิดคำถามว่า “กำจัดขนแบบไหนดี?” บทความนี้มีคำตอบ
การถอน (Plucking) และการแว็กซ์ (Waxing) คืออะไร
การถอนขน คือการใช้แหนบดึงเส้นขนออกจากราก เหมาะสำหรับพื้นที่เล็ก เช่น หนวดหรือคิ้ว ส่วนการแว็กซ์คือการใช้แว็กซ์เหนียว ๆ แปะลงบนผิวแล้วดึงออกอย่างรวดเร็ว เพื่อกำจัดขนออกจากรากพร้อมกันหลายเส้น
แม้ว่าทั้งสองวิธีจะช่วยให้ขนหายหลังทำ แต่ไม่ได้ทำลายรากขนอย่างถาวร ขนจึงสามารถกลับมาขึ้นใหม่ได้ตามวงจรธรรมชาติ
ข้อดีการถอน (Plucking) และการแว็กซ์ (Waxing)
- เห็นผลทันทีหลังทำ
- สามารถทำเองได้ที่บ้าน
- ค่าใช้จ่ายต่อครั้งไม่สูง
ข้อจำกัดการถอน (Plucking) และการแว็กซ์ (Waxing)
- ขนใหม่ขึ้นเร็ว
- เจ็บขณะถอนหรือแว็กซ์
- เสี่ยงเกิดขนคุด หนังไก่ และรูขุมขนอักเสบ
- อาจทำให้ผิวระคายเคืองหรือเกิดรอยแดง
- หากทำต่อเนื่องเป็นเวลานาน ผิวอาจหมองคล้ำจากการเสียดสี
สำหรับคนที่มีผิวแพ้ง่าย การถอนและแว็กซ์บ่อย ๆ อาจยิ่งกระตุ้นให้เกิดการอักเสบของผิวได้ง่ายขึ้น
ทำไมเลเซอร์กำจัดขนถึงเห็นผลดีกว่า?
เลเซอร์กำจัดขน เป็นเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานแสงยิงลงไปยังเม็ดสีเมลานินบริเวณรากขน เพื่อทำลายเซลล์รากขนโดยตรง ส่งผลให้เส้นขนอ่อนลง ขึ้นช้าลง และลดปริมาณขนได้อย่างต่อเนื่อง เมื่อทำอย่างสม่ำเสมอตามจำนวนครั้งที่แนะนำ จะช่วยให้ผิวเรียบเนียนในระยะยาว และลดปัญหาขนคุดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ประเภทของเลเซอร์ที่นิยม
ปัจจุบันมีเลเซอร์กำจัดขนหลายประเภท เช่น
- Diode Laser
- Alexandrite Laser
- Nd:YAG Laser
- Soprano ICE Platinum
โดยแต่ละชนิดเหมาะกับสีผิวและลักษณะเส้นขนแตกต่างกัน แต่โปรแกรม Soprano ICE Platinum เป็นการเลเซอร์กำจัดขนที่ครอบคลุมทุกสีผิว เพราะรวมพลังงานเลเซอร์หลายช่วงคลื่นไว้ในหนึ่งเดียว ช่วยกำจัดขนได้อย่างอ่อนโยนต่อผิว และรู้สึกเจ็บน้อยกว่า เมื่อเทียบกับการเลเซอร์ขนด้วยเครื่องอื่น ๆ
ข้อดีของการเลเซอร์กำจัดขน
- ลดการเกิดขนใหม่ในระยะยาว
- เส้นขนบางลงและขึ้นช้าลง
- ช่วยลดปัญหาขนคุดและรูขุมขนอักเสบ
- ผิวดูเรียบเนียนขึ้น
- เจ็บน้อยกว่าการแว็กซ์
- ประหยัดเวลาในระยะยาว
ข้อจำกัดของการเลเซอร์กำจัดขน
- ต้องทำต่อเนื่องหลายครั้ง
- ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นสูงกว่าวิธีทั่วไป
แม้ค่าใช้จ่ายจะสูงกว่าในช่วงแรก แต่เมื่อเทียบกับผลลัพธ์ระยะยาว หลายคนมองว่าเลเซอร์กำจัดขนคุ้มค่ากว่า เพราะช่วยลดภาระในการกำจัดขนซ้ำ ๆ ได้
โปรแกรมเลเซอร์กำจัดขนด้วย SOPRANO ICE ที่ อัฐฐา คลินิก
สำหรับผู้ที่ต้องการกำจัดขนอย่างอ่อนโยนและมีประสิทธิภาพ อัฐฐา คลินิก (ATTA Clinic) ให้บริการโปรแกรมเลเซอร์กำจัดขนด้วยโปรแกรม Soprano ICE ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ออกแบบมาให้เหมาะกับหลากหลายสีผิวและเส้นขนหลายประเภท ตั้งแต่ขนเส้นเล็กไปจนถึงขนเส้นหนา
โปรแกรมนี้ทำงานด้วย 3 ช่วงความยาวคลื่น ได้แก่
- 755 nm (Alexandrite) เหมาะกับขนเส้นเล็กและสีอ่อน
- 810 nm (Diode) เจาะลึกระดับกลาง ใช้ได้กับขนหลายประเภท
- 1064 nm (Nd:YAG) เหมาะกับขนเส้นหนาและผิวสีเข้ม
พร้อมเทคโนโลยี SHR (Super Hair Removal) ที่ปล่อยพลังงานอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้การกำจัดขนเป็นไปอย่างนุ่มนวล ลดความรู้สึกเจ็บขณะทำ และช่วยลดโอกาสการระคายเคืองต่อผิว
อีกทั้งยังมีระบบทำความเย็นขณะทำเลเซอร์ ช่วยเพิ่มความสบายผิว ทำให้เหมาะสำหรับผู้ที่กังวลเรื่องความเจ็บหรือมีผิวบอบบางง่าย
สรุปเลือกกำจัดขนอย่างไรดี
การเลือกวิธีกำจัดขนที่เหมาะสม ควรคำนึงถึงผลลัพธ์ในระยะยาว รวมถึงสุขภาพผิวโดยรวมด้วย แม้ว่าการถอนและการแว็กซ์จะช่วยกำจัดขนได้รวดเร็วและทำได้ง่าย แต่ก็อาจก่อให้เกิดปัญหาขนคุด ผิวระคายเคือง หรือทำให้เส้นขนกลับมาขึ้นใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่การเลเซอร์กำจัดขนเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยลดการเกิดขนใหม่ พร้อมดูแลผิวให้เรียบเนียนมากขึ้น โดยเฉพาะโปรแกรมเลเซอร์กำจัดขน Soprano ICE Platinum ที่ อัฐฐา คลินิก (ATTA Clinic) ที่เหมาะกับหลากหลายสีผิวและเส้นขน และช่วยลดความรู้สึกเจ็บระหว่างทำได้อีกด้วย