จริงหรือไม่? มีเครื่องอัลตราซาวนด์ความถี่สูง ก็ตรวจใบหน้าได้เหมือนกัน

การมีเครื่องอัลตราซาวนด์ความถี่สูง ไม่ได้หมายความว่าใครก็สามารถตรวจใบหน้าได้

ปัจจุบันการอัลตราซาวนด์ได้รับความสนใจมากขึ้นในเวชศาสตร์ความงาม ซึ่งสามารถแสดงรายละเอียดของโครงสร้างใบหน้า จึงทำให้หลายคนเข้าใจว่า หากคลินิกมีเครื่องอัลตราซาวนด์ โดยเฉพาะเครื่องอัลตราซาวนด์ความถี่สูง 26 MHz  ที่มีความถี่สูงสุดในตลาด ก็สามารถตรวจอัลตราซาวนด์ใบหน้าได้อย่างแม่นยำเหมือนกันทุกแห่ง

แต่ในความเป็นจริง การมีเครื่องมือเพียงอย่างเดียวไม่ได้เป็นตัวกำหนดคุณภาพของการตรวจ เปรียบได้กับการมีเครื่อง CT Scan หรือ MRI ซึ่งแม้จะเป็นเครื่องมือทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพ แต่ผลการตรวจยังคงต้องอาศัยแพทย์ที่มีความรู้และประสบการณ์ในการอ่านภาพและแปลผลอย่างถูกต้อง เครื่องอัลตราซาวด์ก็เช่นกัน เครื่องสามารถสร้างภาพได้ แต่การแปลผลภาพและนำข้อมูลไปใช้ในการรักษา ยังขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญของแพทย์ผู้ตรวจเป็นสำคัญ

IMG_0659-2-2

อัลตราซาวนด์ความถี่สูง 26 MHz แตกต่างจากอัลตราซาวนด์ทั่วไปอย่างไร

อัลตราซาวนด์ทั่วไปที่ใช้ตรวจวินิจฉัยโรคทั่วไป เช่น การตรวจช่องท้อง เต้านม หรืออวัยวะภายใน มักใช้หัวตรวจที่มีความถี่ประมาณ 5–12 MHz เนื่องจากสามารถส่งคลื่นเสียงลงไปได้ลึก เหมาะสำหรับการมองเห็นอวัยวะที่อยู่ภายในร่างกาย

ในขณะที่ใบหน้ามีโครงสร้างขนาดเล็กและอยู่ตื้นเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ไม่ว่าจะเป็น

  • ผิวหนัง
  • ชั้นไขมัน
  • เอ็นยึดใบหน้า (Retaining Ligaments)
  • เส้นเลือด
  • สารเติมเต็ม (Filler)
  • กล้ามเนื้อ

การประเมินโครงสร้างเหล่านี้จึงต้องอาศัยหัวตรวจที่มีความถี่สูงกว่า เพื่อให้ได้ภาพที่มีความละเอียดมากเพียงพอ จึงัหมาะกับการใช้อัลตราซาวด์ความถี่สูงระดับ 26 MHz เพราะสามารถแสดงรายละเอียดของโครงสร้างได้ชัดเจนกว่าอัลตราซาวนด์ทั่วไป

ข้อดีของอัลตราซาวนด์ความถี่สูง 26 MHz

สำหรับอัลตราซาวนด์ความถี่สูง 26 MHz เป็นความถี่สูงสุดในตลาดในขณะนี้ ได้รับการรับรองจาก FDA  ว่าสามารถใช้สแกนรอบดวงตาได้อย่างปลอดภัย และได้รับรางวัล Best Innovation Award in general imaging ในงานประชุมวิชาการ JFR 2023 โดยมีข้อดีหลายประการในการประเมินใบหน้า เช่น

  • เห็นรายละเอียดของชั้นผิวหนังได้ชัดเจนขึ้น
  • มองเห็นตำแหน่งของสารเติมเต็ม (HA Filler) บางชนิดได้ดีขึ้น
  • ประเมินความสัมพันธ์ระหว่างสารเติมเต็มกับเนื้อเยื่อรอบข้างได้ละเอียด
  • ใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนการรักษาในแต่ละบุคคล

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากอัลตราซาวนด์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการประเมิน ผู้ตรวจยังต้องพิจารณาร่วมกับประวัติ การตรวจร่างกาย และการประเมินทางคลินิกก่อนตัดสินใจเลือกแนวทางการรักษาอย่างเหมาะสม

ข้อจำกัดของอัลตราซาวนด์ความถี่สูง

แม้อัลตราซาวด์ 26 MHz จะให้รายละเอียดของโครงสร้างชั้นตื้นได้ดี แต่ก็มีข้อจำกัดเช่นกัน เนื่องจากหัวตรวจที่มีความถี่สูงจะมีระยะการมองเห็นที่ตื้นกว่า จึงไม่เหมาะสำหรับการประเมินโครงสร้างที่อยู่ลึก

นอกจากนี้ การได้ภาพที่มีคุณภาพยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

  • การเลือกตำแหน่งสแกนที่เหมาะสม
  • เทคนิคการวางหัวตรวจ
  • การปรับค่าของเครื่อง
  • ความสามารถในการอ่านและตีความภาพ

กล่าวอีกนัยหนึ่ง สิ่งที่ยากที่สุดของการตรวจอัลตราซาวนด์ ไม่ใช่การถือหัวตรวจ แต่คือการอ่านภาพให้ถูกต้องนั่นเอง

อัลตราซาวนด์ความถี่สูง

การอ่านภาพอัลตราซาวด์ ต้องอาศัยประสบการณ์

โครงสร้างหลายอย่างบนใบหน้า อาจมีลักษณะใกล้เคียงกันเมื่อปรากฏบนภาพอัลตราซาวนด์ เช่น

  • สารเติมเต็มชนิด Hyaluronic Acid (HA)
  • Biostimulator
  • ชั้นไขมัน
  • เส้นเลือด
  • กล้ามเนื้อ
  • เอ็นยึดใบหน้า

หากแยกโครงสร้างเหล่านี้ไม่ถูกต้อง อาจทำให้การวางแผนรักษาคลาดเคลื่อนได้ ดังนั้น ประสบการณ์ในการอ่านภาพจากผู้ป่วยจริงจำนวนมาก จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการประเมินการรักษา

ยิ่ง MHz สูง ยิ่งดีที่สุด จริงหรือไม่

คำตอบคือ ไม่เสมอไป หลายคนเข้าใจว่า ยิ่งหัวตรวจมีตัวเลข MHz สูงเท่าไร ก็ยิ่งดีเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง หัวตรวจแต่ละชนิดถูกออกแบบมาให้เหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกัน

ตัวอย่างเช่น

  • หัวตรวจ 26 MHz เหมาะสำหรับดูโครงสร้างชั้นตื้นที่ต้องการรายละเอียดสูง
  • หัวตรวจช่วงประมาณ 15–18 MHz สามารถมองเห็นโครงสร้างที่ลึกกว่า และให้มุมมองของเนื้อเยื่อโดยรวมได้ดีกว่า

ทั้งนี้ ในการประเมินใบหน้าบางกรณี แพทย์อาจจำเป็นต้องสลับใช้หัวตรวจหลายความถี่ เพื่อให้เห็นทั้งรายละเอียดของชั้นตื้นและความสัมพันธ์กับโครงสร้างที่อยู่ลึก ดังนั้น การเลือกใช้หัวตรวจให้เหมาะกับแต่ละกรณี จึงมีความสำคัญไม่แพ้การเลือกเครื่องอัลตราซาวนด์

การตรวจอัลตราซาวนด์ที่แม่นยำ ต้องอาศัยมากกว่าเครื่องมือ

การตรวจอัลตราซาวนด์ใบหน้าที่มีความแม่นยำ ไม่ได้อาศัยเพียงเครื่องที่มีความละเอียดสูง แต่ต้องอาศัยองค์ประกอบหลายด้านร่วมกัน ได้แก่

  • เครื่องอัลตราซาวนด์และหัวตรวจที่เหมาะสม
  • ความรู้ด้านกายวิภาคของใบหน้า
  • ความเข้าใจด้านการอัลตราซาวนด์
  • ประสบการณ์ในการอ่านภาพจากผู้ป่วยจริง
  • การเชื่อมโยงข้อมูลจากภาพกับการตรวจร่างกายและประวัติของผู้ป่วย

เมื่อองค์ประกอบเหล่านี้ทำงานร่วมกัน ข้อมูลจากอัลตราซาวนด์จึงจะเกิดประโยชน์ในการวางแผนการรักษา

IMG_0597-2

การใช้อัลตราซาวนด์ในเวชศาสตร์ความงาม แตกต่างจากการตรวจเพื่อวินิจฉัยโรค

อัลตราซาวนด์ในเวชศาสตร์ความงามไม่ได้มีบทบาทเพียงเพื่อดูภาพของโครงสร้างเท่านั้น แต่ยังใช้เป็นข้อมูลประกอบการรักษา เช่น

  • ประเมินกายวิภาคของใบหน้าก่อนทำหัตถการ
  • วางแผนตำแหน่งและชั้นเนื้อเยื่อที่เหมาะสมในการรักษา
  • ประเมินตำแหน่งของเส้นเลือดหรือโครงสร้างสำคัญ
  • ใช้ประกอบการนำทางการฉีด (Ultrasound-guided Injection) ในกรณีที่เหมาะสม
  • ติดตามผลหลังการรักษาหรือประเมินภาวะแทรกซ้อนบางประเภท

การนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ได้อย่างเหมาะสม จำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจทั้งด้านการอ่านภาพอัลตราซาวนด์และเทคนิคทางเวชศาสตร์ความงามควบคู่กัน

ความเชี่ยวชาญทั้งสองด้าน จึงมีความสำคัญ

การใช้อัลตราซาวนด์ในเวชศาสตร์ความงามเป็นการผสานความรู้จากสองศาสตร์เข้าด้วยกัน ได้แก่

  1. ความเชี่ยวชาญด้านอัลตราซาวนด์
  • เข้าใจหลักการทำงานของอัลตราซาวนด์
  • อ่านและแปลผลภาพได้อย่างถูกต้อง
  • แยกโครงสร้างปกติและสิ่งผิดปกติได้
  • เข้าใจข้อจำกัดของการตรวจ
  1. ความเชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ความงาม
  • เข้าใจกายวิภาคของใบหน้า
  • เข้าใจชั้นเนื้อเยื่อที่เกี่ยวข้องกับหัตถการแต่ละประเภท
  • มีความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และเทคนิคการรักษา
  • สามารถนำข้อมูลจากอัลตราซาวนด์มาประกอบการวางแผนรักษาได้อย่างเหมาะสม

เมื่อสององค์ความรู้นี้ทำงานร่วมกัน การตรวจอัลตราซาวนด์จึงสามารถนำข้อมูลที่ได้มาใช้ร่วมในการวางแผนการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สรุป

อัลตราซาวนด์ความถี่สูง 26 MHz เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เห็นรายละเอียดของโครงสร้างใบหน้าได้มากขึ้น แต่ตัวเลข MHz เพียงอย่างเดียวไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้คุณภาพของการตรวจ

การตรวจอัลตราซาวนด์ที่มีคุณภาพควรอาศัยทั้งเครื่องมือที่เหมาะสม การเลือกใช้หัวตรวจให้ตรงกับแต่ละกรณี ความสามารถในการอ่านภาพ และประสบการณ์ของแพทย์ในการเชื่อมโยงข้อมูลจากอัลตราซาวนด์กับการวางแผนรักษา

ท้ายที่สุด เครื่องอัลตราซาวนด์สามารถสร้างภาพได้ แต่การวินิจฉัย การวางแผนการรักษา และการนำข้อมูลไปใช้ในการดูแลผู้ป่วยอย่างเหมาะสม ยังคงต้องอาศัยความรู้และประสบการณ์ของแพทย์ผู้ตรวจเป็นหลัก

Picture of พญ. อทิตา อินทร์วงศ์

พญ. อทิตา อินทร์วงศ์

พญ. อทิตา อินทร์วงศ์ หรือคุณหมอสร้อย ว.44231 แพทย์เฉพาะทางรังสีวินิจฉัย หัตถการ Ultrasound วินิจฉัยโครงสร้างใบหน้า ออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized treatment) ในโปรแกรมยกกระชับและปรับรูปหน้าโดยไม่ผ่าตัด และเป็นผู้ก่อตั้งอัฐฐา คลินิก (ATTA Clinic) ในปี 2566

บทความที่เกี่ยวข้อง